• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2565

    11 สิงหาคม 2565 | Gold News

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -0.64 เหรียญ หรือ -0.04% มาอยู่ที่ระดับ 1,791.98 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.4 เหรียญ หรือ 0.08% ปิดที่ 1,813.7 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 1.27% ปิดที่ 20.742 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 13.1 เหรียญ หรือ 1.4% ปิดที่ 946.1 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.74 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 997.42 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ขายสุทธิ 8.45 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 21.76 ตัน


  • นักวิเคราะห์จาก High Ridge Futures ระบุว่า เงินเฟ้อไม่ร้อนแรงเท่าที่คาดการณ์ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเฟดมีแนวโน้มจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างดุดัน ซึ่งส่งผลบวกต่อหลากหลายทรัพย์สินการเงิน ซึ่งรวมถึงทองคำ และยังระบุว่า ปัจจัยสำคัญถัดไปสำหรับทองคำ คือ เจ้าหน้าที่ของเฟดออกมาให้ความเห็นและส่งส้ญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอย่างไร

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.18 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ระดับ 105.37 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวขึ้น 0.006% มาอยู่ที่ระดับ 2.791% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี  อยู่ที่ระดับ 3.216% และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ อยู่ที่ระดับ -0.425%


  • นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Capital Economics กล่าวถึงธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ถ้าหากอัตราเงินเฟ้ออ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีแนวโน้มค่อยๆเข้าสู่วัฎจักรนโยบายการเงินเข้มงวด ซึ่งเราคาดว่าอัตราดอกเบี่ยนโยบายจะทำจุดสูงสุดในปีหน้าที่ระดับ 1.50%


  • นักวิเคราะห์จาก OANDA ให้ความเห็นหลังการรายงานตัวเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาดการณ์ ว่าเฟดกำลังถกเถียงกันว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% หรือ 0.75% แต่เราคิดว่าความเสี่ยงที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างดุดัน ไม่อยู่ในการถกเถียงแล้ว” 

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันพุธ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค. ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,309.51 จุด พุ่งขึ้น 535.10 จุด หรือ +1.63%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,210.24 จุด เพิ่มขึ้น 87.77 จุด หรือ +2.13% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,854.80 จุด พุ่งขึ้น 360.88 จุด หรือ +2.89%


  • รายงานเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายงานเงินเฟ้อของเดือนกรกฎาคมที่ระดับ 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 9.1% และชะลอตัวมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.7% ซึ่งสาเหตุหลักจากการปรับลดลงของราคาพลังงาน 


  • ในขณะที่รายงานอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐของเดือนกรกฎาคมที่ระดับ 5.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงต่ำกว่าที่ตลาดคากไว้ที่ 6.1%


  • สำนักงานสถิติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือนก.ค.ปรับตัวลง ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการครั้งแรก เนื่องจากการแทรกแซงชั่วคราวของรัฐบาลช่วยดึงอัตราเงินเฟ้อโดยรวมลดลง โดยระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 7.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ แต่ชะลอลงเมื่อเทียบกับดัชนี CPI เดือนมิ.ย.ซึ่งปรับตัวขึ้น 7.6%


  • ข้อมูลจากลิงค์อิน (LinkedIn) ระบุว่า แม้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถูกมองว่ามีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ความกังวลดังกล่าวก็ไม่สามารถยับยั้งบริษัทต่าง ๆ ในอินเดีย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ จากการเร่งจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.ของเกาหลีใต้อยู่ที่ระดับ 28.48 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 826,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 แล้ว


  • หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันต้องการโน้มน้าวให้บริษัทฟ็อกซ์คอนน์ ซัพพลายเออร์ของแอปเปิล อิงค์ ยกเลิกการลงทุน 800 ล้านดอลลาร์ในบริษัท ชิงหัว ยูนิกรุ๊ป (Tsinghua Unigroup) ผู้ผลิตชิปของจีน


  • โกลด์แมน แซคส์เตือนว่า เศรษฐกิจของไต้หวันอาจได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง หากความตึงเครียดกับจีนนำไปสู่การหยุดชะงักทางการค้าข้ามช่องแคบไต้หวันในวงกว้างและยาวนาน รวมถึงอาจจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 2.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาเนื้อหมู
 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินลดลงมากที่สุดในรอบ 10 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการเชื้อเพลิงในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ต่ำกว่าคาดยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสัญญาน้ำมันดิบ


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 91.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.09 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 97.40 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันถูกกดดันจาก ความคาดหวังว่าท่อส่งน้ำมันดรูซบา (Druzhba) จะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากบริษัททรานสเนฟ (Transneft) ผู้ให้บริการท่อน้ำมัน ระงับท่อส่งน้ำมันจากรัสเซียในช่วงต้นเดือนซึ่งส่งน้ำมันไปยังยุโรปตอนกลาง เนื่องจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ทำให้ไม่สามารถชำระเงินได้


  • นักวิเคราะห์จาก PVM ระบุว่า ความกลัวเศรษฐกิจถดถอยซึงจะกระทบต่ออุปสงค์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาน้ำมันเป็นหลักในขณะนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ราคาน้ำมันเบรนท์ถูกซื้อขายที่ระดับราคาต่ำกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรล


ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ


 

  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า เรือรบของจีนหลายลำยังคงประจำการอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกของไต้หวันในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ขณะที่จีนยังคงทำการซ้อมรบเพื่อตอบโต้ที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเดินทางไปเยือนไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


  • จีนกล่าวหาว่า พรรครัฐบาลไต้หวันทำลายโอกาสในการรวมชาติอย่างสันติ โดยทางการจีนพยายามรักษาแรงกดดันต่อไต้หวันหลังจากที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเดินทางเยือนไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


  • นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า สมาชิกสภาคองเกรสไม่หวั่นเกรงต่อปฏิกิริยาของจีนจากกรณีที่เธอเดินทางไปเยือนไต้หวัน 


  • ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมลงนามร่างกฎหมายเพื่อจัดสรรงบอุดหนุนจำนวน 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับการผลิตและการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ รวมถึงส่งเสริมขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐให้สามารถแข่งขันกับจีนได้มากขึ้น


  • กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมมอบเงิน 89 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือยูเครนในการเคลียร์ทุ่นระเบิดและระเบิดตกค้างซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนในวันที่ 24 ก.พ.


  • นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามในเอกสารการให้สัตยาบันรับรองในวันอังคาร ซึ่งทำให้ฟินแลนด์และสวีเดนคืบหน้าไปอีกขั้นในการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)


  • ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวเรียกร้องให้ชาติตะวันตกประกาศห้ามชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งจะเป็นแนวทางสกัดกั้นไม่ให้รัสเซียผนวกดินแดนเพิ่มเติมจากยูเครน


ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด


  • สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,316 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 4,614,057 ราย ยอดผู้ติดเชื้อนอกโรงพยาบาล (ATK) ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. - 6 ส.ค.2565 จำนวน 235,753 ราย สะสม 7,105,849 ราย โดย วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 35 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน ม.ค.2565 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 10,032 ราย ขณะที่ ภาพรวมของการเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 มีผู้เสียชีวิตรวม 31,730 ราย


  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนจินนีออส (Jynneos) จากบริษัทบาวาเรียน นอร์ดิก (Bavarian Nordic) ของประเทศเดนมาร์กสำหรับฉีดป้องกันโรคฝีดาษลิงในกลุ่มผู้ใหญ่ เพื่อเพิ่มปริมาณวัคซีนให้เพียงพอในสหรัฐ


  • ข้อมูลจาก Trip.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางผ่านระบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนเปิดเผยว่า การที่ฮ่องกงปรับลดระยะเวลาในการกักตัวในโรงแรมของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศนั้น ช่วยให้ยอดการจองเที่ยวบินไปยังฮ่องกงพุ่งขึ้นทันที


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ที่ระดับ 35.35 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.56 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดอยู่ที่ระดับ 35.20-35.45 บาทต่อดอลลาร์


  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 0.50% เป็น 0.75% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้มี 1 เสียง เห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ต่อปี  พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาดของ COVID-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้และจะขยายตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง คณะกรรมการประเมินว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับวิกฤต COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมาจึงมีความจำเป็นลดลง


  • สมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า จะพยายามตรึงดอกเบี้ยช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มเน้นกลุ่มเปราะบาง ส่วนกลุ่มอื่นจะทยอยปรับขึ้นตามต้นทุน ระบุ แม้ระบบแบงก์พาณิชย์แข็งแกร่ง แต่ยังมีความท้าทายด้านบริหารคุณภาพสินทรัพย์ ขณะที่ การทำกำไรต่ำและฟื้นตัวช้ากว่าในภูมิภาค


  • ธอส. ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ให้นานที่สุด อย่างน้อยถึงสิ้นปี 65 เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และเพื่อช่วยให้ลูกค้าเงินกู้ของธนาคารที่มีจำนวนเงินสินเชื่อคงค้างในปัจจุบันมากกว่า 1.52 ล้านล้านบาท ได้มีเวลาปรับตัวรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในอนาคต


  • รมว.แรงงาน สั่งเร่งประชุมปรับขึ้นค่าแรง ในการประชุมไตรภาคีให้จบภายในสิงหาคมและเข้าที่ประชุม ครม.กันยายน เปิดสูตรปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 12 อัตรา คาดปรับขึ้น 15-26 บาท ไม่เท่ากันทุกจังหวัด ภูเก็ต-อีอีซี-กทม.สูงสุด มีผล 1 ตุลาคมนี้ 


  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.ค. 65 อยู่ที่ระดับ 89.0 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 86.3 ในเดือนมิ.ย. โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

 


ที่มาจาก : Reuters, FXstreet, Infoquest, Bangkokbiznews

 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com