ทองคำมีแนวโน้มปิดร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ก่อนทราบข้อมูลเงินเฟ้อ
ราคาทองคำปรับขึ้นในวันนี้ แต่จ่อปิดสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ขณะที่นักลงทุนกำลังรอคอยการประะกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อาจเป็นตัวเร่งเฟดในการลด QE ได้
ราคาทองคำตลาดโลกขยับขึ้น 0.2% ที่ 1,778 เหรียญ
Gold Futures ปรับขึ้น 0.2% ที่ 1,779 เหรียญ
ราคาทองคำปรับลงในสัปดาห์นี้ประมาณ 0.4% ท่ามกลางนักลงทุนที่ระมัดระวังก่อนทราบรายงานดัชนี CPI คืนนี้ 20.30น. และการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า
นักลงทุน SPI Asset Management กล่าวว่า ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,770 - 1,810 เหรียญ เนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับท่าที Hawkish ของเฟด แต่ตลาดยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการระบาดของสายพันธุ์ Omicron ที่อาจทำให้เฟดต้องเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย จึงอาจหนุนทองได้
ซิลเวอร์ปรับขึ้น 0.3% ที่ 22.00 เหรียญ แต่มีแนวโน้มปิดสัปดาห์ร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 เช่นกัน
แพลทินัมปรับขึ้น +0.9% ที่ 942.50 เหรียญ และน่าจะเป็นสัปดาห์แรกที่ปรับขึ้นในรอบ 4 สัปดาห์
พลาเดียมปรับขึ้น +0.1% ที่ 1,814.74 เหรียญ
· ดอลลาร์รอคอยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ - หยวนดีดกลับจากแนวทางรับนโยบายผ่อนคลาย
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ตามเทรดเดอร์ที่สนใจเงินเฟ้อและอาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า ขณะที่ค่าเงินหยวนก็ปรับแข็งค่าขึ้นหลังธนาคารกลางจีนใช้นโยบายผ่อนคลายการเงิน
ค่าเงินยูโรผันผวนตามการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะหากยูโรขึ้นดอกเบี้ย หลังอ่อนค่าราว 0.4% วานนี้ ก่อนจะทรงตัวที่ 1.1297 ดอลลาร์/ยูโร ในตลาดเอเชีย
ดัชนีดอลลาร์อยู่ที่ 96.197 จุด แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ก่อนทราบข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ที่อาจเห็นเงินเฟ้อรายปีเพิ่มขึ้น 6.8% และมีแนวโน้มจะปรับขึ้น เกินคาดก็อาจส่งผลกระทบต่อการเร่งลด QE และการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

ขณะเดียวกันคืนนี้ก็จะมีการประกาศข้อมูล ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในวันศุกร์นี้ และอาจสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
สำหรับสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมธนาคารกลางสำคัญๆ อาทิ
- เฟด
- อีซีบี
- บีโออี
- บีโอเจ
ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจสร้างความผันผวนให้แแก่ตลาดได้มากยิ่งขึ้น
· อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปรับลงต่ออีก แตะ 1.487% หลังจากข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และเทรดเดอร์รอ CPI
หัวหน้านักเศรษฐศาตร์จาก Morgan Stanley ปรับทบทวนคาดการณ์เดิมที่เคยคิดไว้ โดยตอนนี้คาดว่าเฟดน่าจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ปี 2022 และอาจปรับขึ้นได้มากกว่าที่คาดไว้
· เงินเฟ้อขายส่งญี่ปุ่นทำสูงสุดประวัติการณ์ 9%ในเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 9 เดือนต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น จากปัญหาคอขวดด้านอุปทานและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นไปทั่ว
· เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวได้เพียง 0.1% ในเดือนต.ค.
· ธนาคารกลางแคนาดา ชี้ เงินเฟ้ออาจทรงตัวเหนือระดับเป้าหมายนานกว่าคาด
· เกาหลีใต้มียอดติดเชื้อไวรัสพุ่งทะลุ 7,000 รายต่อเนื่อง 3 วันทำการ
· น้ำมันปรับลงจากแรงเทขายทำกำไร ก่อนมีแนวโน้มปิดสัปดาห์แกร่ง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ท่ามกลางเทรดเดอร์ที่มีการปิดทำกำไรท่ามกลางสัปดาห์ที่ปรับแข็งแกร่ง จุดประกายความเชื่อมั่นในตลาดที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการระบาดของสายพันธุ์ Omicron ที่อาจไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์พลังงาน
น้ำมันดิบทั้งสองชนิดสัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะปรับขึ้นได้กว่า 6% แม้จะเผชิญแรงเทขายทำกำไรเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 7 สัปดาห์
น้ำมันดิบ WTI ปรับลง 7 เซนต์ หรือ -0.1% ที่ 70.87 เหรียญ/บาร์เรล
น้ำมันดิบ Brent ปรับลง 4 เซนต์ บริเวณ74.38 เหรียญ/บาร์เรล
· ตลาดหุ้นเอเชียโดยส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางนักลงทุนรอคอยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ
อ้างอิงจากสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ชี้เศรษฐกิจไทยจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดราว 3 ปี โดยในปี 2566 จะสามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ โดยใช้แรงขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐ แต่มาตรการเยียวยาจะลดลง ขณะที่ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนคนจนรอบใหม่