· หุ้นเอเชียแปซิฟิกปิดผสมผสาน ท่ามกลางราคาน้ำมันขึ้นอีกราว 1% และตลาดตอบรับข้อมูลการค้าจีน
หุ้นจีนรีบาวน์กลับหลังจากปิดร่วงเมื่อวันศุกร์ นำโดย
ดัชนี Shanghai Composite ปิด +0.2% ที่ระดับ 3,498.63 จุด
ดัชนี Shenzhen Component ปิด +0.32% ที่ระดับ 14,508.86 จุด
ดัชนี HSI ปิด -0.4%
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปิด -0.31% ที่ 2,960.20 จุด
ดัชนี Taiex ปิด -0.68% ที่ 17,415.30 จุด
ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่นปิด +0.14%
ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าจีนจะเห็นได้ว่า มียอดส่งออกขยายตัวได้ 27.1% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบปีก่อน และสูงกว่าที่คาดว่าจะเห็นการส่งออกโตได้ 24.5% จากผลสำรวจก่อนหน้า
· หุ้นญี่ปุ่นปิดร่วง หลังรายงานผลประกอบการบริษัทก่อสร้างดิ่ง และบริษัทยาทรุดหลัง Pfizer เผยยาเม็ดต้าน Covid-19 และให้ผลดี
ดัชนี Nikkei ปิด -0.35% ที่ 29,507.05 จุด หลังปิดวันศุกร์ทำสูงสุดรอบ 1 เดือน
ดัชนี Topix ปิด -0.30% ที่ ระดับ 2,035.22 จุด
ทางด้านรายงานผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นดูจะค่อนข้างสร้างแรงแกว่งตัวอย่างมากในสัปดาห์นี้ และนักลงทุนดูจะรอจังหวะขายเมื่อดัชนี Nikkei ทะยานถึงแนวต้านสำคัญ 30,000 จุด
· หุ้นยุโรปเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการเปิดทรงตัว นำโดยดัชนี Stoxx 600 เปิดเท่าเดิม แม้หุ้นกลุ่มรถยนต์จะอ่อนตัวลง 0.8% แต่หุ้นน้ำมันและก๊าซปรับขึ้น 0.5%
· ดัชนี Dow Futures เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังจากที่ปิดทำสูงสุดประวัติการณ์
อ้างอิงจากสำนักข่าวเดลินิวส์
- ศบค.เปิดชื่อ 5 ประเทศนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากสุด! เยอรมนี ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง
ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แถลงภาพรวมมาตรการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1-7 พ.ย. พบมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งสิ้น 22,832 รายในจำนวนนี้พบติดเชื้อโควิด 20 รายคิดเป็น 0.09 % สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยมากสุดผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่
1.เยอรมนี 2,666 ราย
2.สหรัฐฯ 2,665 ราย
3.อังกฤษ 14,75 ราย
4.ญี่ปุ่น 1,449 ราย
5.เกาหลีใต้ 987
อ้างอิงจากสำนักข่าวข่าวสดออนไลน์
- คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ถึง 6% น่าจะเป็นการคาดหมายเกินจริง เหมือนจะขายฝันมากกว่า หากจำกันได้นายสุพัฒนพงษ์เคยบอกว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 4% แต่ความจริงอาจขยายตัวได้ไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ
อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์
- ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ต.ค.เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังคลายกังวลโควิด-ส่งออกโต
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค.64 อยู่ที่ระดับ 82.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 79.0 ในเดือน ก.ย.64 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในทุกขนาดอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาค ขณะที่องค์ประกอบของดัชนีฯ เพิ่มขึ้นเกือบทุกรายการ ทั้งยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ ยกเว้นต้นทุนประกอบการ
สำหรับปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ที่มีทิศทางดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง
ขณะที่จำนวนผู้ได้รับวัคซีนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ต่อเนื่องทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว ขณะที่อุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่องทั้งสินค้าคงทน อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฯ เครื่องจักรกลและโลหะการ เป็นต้น
รวมถึงสินค้าไม่คงทนประเภทอาหารและยา นอกจากนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ในกลุ่มสินค้าอาหารและสินค้าแฟชั่น ส่งผลให้ดัชนีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการภาครัฐยังช่วยพยุงกำลังซื้อในประเทศ
- กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ แจ้งข่าวดี RCEP จะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 65 แน่นอน หลังมีจำนวนประเทศสมาชิกให้สัตยาบันครบตามกติกา ส่งผลให้สินค้าไทยได้ลดภาษีเหลือ 0% ทันทีกว่า 2.9 หมื่นรายการ ด้านกรมฯ เตรียมการรองรับ ทั้งการออกประกาศอัตราภาษี การออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า การจัดตั้งศูนย์ RCEP Center เตรียมระบบติดตามการค้าระหว่างประเทศ การจัดสัมมนา และจัดทำ E-Book ความตกลงฯ