• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564

    5 พฤศจิกายน 2564 | Gold News
     

·                     ทองจ่อปิดรายสัปดาห์แกร่ง จากท่าทีเฟดคงดอกเบี้ย

ราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้นและมีแนวโน้มปิดสัปดาห์แกร่ง ท่ามกลางทองคำที่ได้รับแรงหนุนจากการที่เฟดไม่รีบเร่งขึ้นดอกเบี้ย


ทองคำตลาดโลกปรับขึ้น 0.2% ที่ระดับ 1,795.64 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ +0.7% และถ้าเป็นเช่นนั้นจะเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 3

สัญญาทองคำปรับขึ้น 0.2% ที่ 1,796.5 เหรียญ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ปรับลงหลังทำสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์


ข้อมูลค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนญี่ปุ่นปรับตัวลงในเดือนก.ย. ตอกย้ำความเสี่ยงจะเห็นเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3/2021


ซิลเวอร์ปรับขึ้น 0.3% ที่ 23.83 เหรียญ

แพลทินัมปรับขึ้น 0.2% บริเวณ 1,028.00 เหรียญ

แพลทินัมปรับขึ้น 0.4% แถว 2,008.48 เหรียญ


·                     ทองคำอาจกลับแถว $1807 ลุ้นราคาเคลื่อนไหวกรอบใหม่

ราคาทองคำอาจทดสอบแนวต้าน 1,798 หรียญ หากผ่านไปได้ราคาจะกลับสู่กรอบ 1,807 - 1,814 เหรียญ

ขณะที่แนวต้าน ชั่วคราวตอนนี้คือ 1,798 เหรียญ หากผ่านไม่ได้มีโอกาสปรับลงมาอีก แต่หากทองยืนได้เหนือ 1,788 เหรียญ ก็มีลุ้นกรอบเป้าหมายใหม่


อย่างไรก็ดี หากทองคำหลุดต่ำกว่า 1,7888 เหรียญ มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,776 - 1,783 เหรียญ


ดังนั้น หากทองฝ่าทางไหน มีโอกาสเห็นทองไปในทิศทางนั้ต่อไม่ว่าจะขึ้นหรือลง  โดยเฉพาะหากยืนได้เหนือ 1,800 เหรียญ อาจเห็นทองไปถึง 1,827 เหรียญ แต่ถ้าต่ำกว่า 1,773 มีโอกาสเห็นสัญญาณขาลง จากกรอบใหญ่ที่วาดมาตั้งแต่สูงสุดที่ 1,833.80 เหรียญ


·                     ดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ก่อนทราบจ้างงานสหรัฐฯ - ปอนด์ยังอ่อนหนัก

ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่  ก่อนทราบข้อมูลจ้างงานรัฐบาลสหรัฐฯคืนนี้ หลังเฟดยังไม่กำหนดกรอบเวลาขึ้นดอกเบี้ย โดยดัชนีดอลลาร์ล่าสุดทรงตัวแถว 94.327 จุด สัปดาห์นี้มีแนวโน้มปิด +0.20%


ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าหนักรอบ 11 สัปดาห์ หลังจากที่บีโออีคงดอกเบี้ยวานนี้ โดยปอนด์วันนี้ร่วงต่ออีก -1.36% เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่สัปดาห์นี้มีแนวโน้มอ่อนค่าลง -1.39%


บรรดานักลงทุน สนใจการที่ธนาคารกลางต่างๆ ดูจะไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย


นางคริสติน ลาการ์ด ประธานอีซีบีเองก็มีการส่งสัญญาณค้านกระแสตลาด โดยระบุถึงการขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดอาจเป็นช่วงเดือนต.ค.  ปีหน้า

ค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.1556 ดอลลาร์/ยูโร สัปดาห์นี้อ่อนค่าลงไปราว -0.16%



เฟดต้องการเห็นตลาดแรงงานฟื้นตัวก่อนจะทำการขึ้นดอกเบี้ย โดยคืนนี้จะมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ Non-Farm Payrolls เดือนต.ค. ที่อาจขยายตัวได้ 450,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนก่อนจ้างงานได้เพียง 194,000 ตำแหน่ง


·                     Reuters คาด ยอดส่งออกจีนเดือนต.ค. ยังแกร่งรับอุปสงค์โลก - ยอดนำเข้าจีนพุ่ง

Reuters Poll ชี้ ยอดส่งออกจีนมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อในเดือนต.ค. แต่อุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ขณะที่อุปสรรคจากห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกผ่อนคลายลง รวมถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ดคลี่คลาย ขณะที่นำเข้าเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์พลังงาน


ยอดส่งออกถูกคาดว่าจะปรับขึ้น 24.5% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากที่ขยายตัวได้ 28.1% ในเดือนก.ย.

ด้านยอดนำเข้ามีแนวโน้มปรับขึ้น 25% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน และน่าจะสูงกว่าเดือนก.ย. ที่ระดับ 17.6% ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น และจีนเพิ่มการนำเข้าถ่านหินเพื่อให้เพียงพอต่ออุปทานก่อนฤดูหนาว


·                     เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะหดตัวไตรมาส 3/2021 จากผลผลิตและการอุปโภคบริโภค

Reuters Poll ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มหดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3/2021 ท่ามกลางการใช้มาตรการจำกัด Covid-19 ที่กระทบการอุปโภคบริโภคและผลผลิต ขณะที่รัฐบาลจะเผยจีดีพี  Q/2021 ในขั้นต้นวันที่ 15 พ.ย.


·                     น้ำมันรีบาวน์กว่า 1% หลัง OPEC+ ปฏิเสธข้อเรียกร้องนานาชาติ และยังคงมีการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตต่อ

น้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นได้ 97 เซนต์ หรือ +1.25% บริเวณ 79.78 เหรียญ/บาร์เรล

น้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 82 เซนต์ หรือ ปรับขึ้นกว่า +1% ที่ระดับ 81.36 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com