• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2564

    27 ตุลาคม 2564 | Gold News


ทองลงจากดอลลาร์แข็ง – ความเชื่อมั่นสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่ม!b

·         ราคาทองคำตลาดโลกปิด -0.9ที่ระดับ 1,790.54 เหรียญ

·         สัญญาทองคำส่งมอบเดือนธ.ค. ตลาด Comex ปิด -0.7% ที่ 1,793.40 เหรียญ

 

·         ราคาทองคำในช่วงระหว่างการซื้อขายมีการปรับตัวลดลงไปมากถึง 1.5ยุติการปรับขึ้นต่อเนื่อง 5 วันทำการที่ผ่านมา โดยทองคำได้รับแรงกดดันจาก

- ดอลลาร์แข็งค่า ปิด +0.1
ที่ 93.928 จุด จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯสดใส ก่อนทราบประชุมของธนาคารกลางสำคัญต่างๆในสัปดาห์นี้

- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปีเคลื่อนตัวกรอบแคบ แต่ยังทรงตัวเหนือ 1.6
%

ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯทำสูงสุดรอบ 6 เดือน โดยปรับขึ้น 14สู่ระดับ 800,000 ยูนิตในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่มี.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังสูงกว่าค่ากลางเหนือ 400,000 ยูนิต



Conference Board เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯรีบาวน์เกินคาดในเดือนต.ค. แตะ 113.8 จุด จาก 109.8 จุดในเดือนก่อนหน้า แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ก็ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดแรงงานที่ตอกย้ำสัญญาณเศรษฐกิจไตรมาส 3 ยังมีสัญญาณฟื้นตัว

- เทรดเดอร์ปิดสถานะในทองคำเพื่อทำกำไร จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ประกอบกับตลาดหุ้นยังคงแข็งแกร่

 

- หุ้นสหรัฐฯปิดบวก นำโดยดาวโจนส์ปิดต่อเนื่อง 3 วันทำการยังคงทำสูงสุดใหม่ประวัติการณ์ต่อเนื่อง รับรายงานผลประกอบการแกร่ง
 

·         นักกลยุทธ์การตลาดอาวุโสจาก RJO Futures กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดได้ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นฟื้นตัว ควบคู่กับการประกาศรายงานผลประกอบการสหรัฐฯหลายแห่งที่ออกมาแกร่ง จึงเป็นปัจจัยที่กดดันทองคำ รวมไปถึงแรงเทขายทำกำไรของบรรดาเทรดเดอร์ในตลาดด้วย

·         ภาพรวมตลอดช่วง 5 วันก่อนหน้าที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้นมาได้แล้วราว 2.5จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ในการต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ

 

·         กองทุน SPDR เมื่อวานนี้ซื้อทองเพิ่ม 1.74 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 979.81 ตัน

 


·         บรรดานักวิเคราะห์มองว่าทองคำยังไม่มีแนวโน้มจะกลับไปเหนือระดับสำคัญ 1,800 เหรียญได้เพียงการมุ่งสนใจเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว

 

·         ตลาดการเงินต่างๆให้ความสำคัญกับการประชุมของธนาคารกลางรายใหญ่ต่างๆ ประกอบด้วย บีโอเจ และอีซีบี ที่มีกำหนดการในวันพรุ่งนี้

 

·         ประชุมเฟดที่ตลาดสนใจอย่างมากจะจัดประชุมขึ้นในสัปดาห์หน้า 2 – 3 พ.ย.

 

·         นักวิเคราะห์จาก OANDA ระบุว่า ในทางเทคนิคทองคำมีโอกาสหลุดต่ำกว่า 1,780 เหรียญ และหากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวจริง ก็จะถือเป็นภาพลบต่อราคาทองคำ

 

·         “เชอร์รอด บราวน์” ส.ว. สหรัฐฯ เผย ไบเดน จะทำการเสนอชื่อว่าที่ “ประธานเฟด” คนต่อไป โดยมุ่งเน้นไปนโยบายแรงงาน ให้แก่ คณะกรรมาธิการบอร์ดบริหารของเฟด ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจมีรายชื่อของ “นายเจอโรม โพเวลล์” ประธานเฟดคนปัจจุบันด้วย

 

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่อนข้างเข้าใจดีว่า “แรงงาน” ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ


อย่างไรก็ดี การตัดสินใจเลือกประธานเฟด จะอยู่ที่การตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมกับคณะกรรมาธิการกำกับดูแลภาคธนาคารของวิสภาสหรัฐฯ หลังการพิจารณาจากรายชื่อที่ถูกยื่นนำเสนอก่อนที่จะได้รับการอนุมัติจากบรรดาส.ว.สหรัฐฯโดยองค์รวม

 

·         COVID-19 UPDATES:



ยอดติดเชื้อ Covid-19 สะสมทั่วโลกรวมกว่า 245.25 ล้านราย ขณะที่รักษาหายสะสมทั่วโลกแตะ 222.33 ล้านราย โดยมีเสียชีวิตสะสมล่าสุดรวม 4.97 ล้านราย

 

·         CDC สหรัฐฯ ตัดสินใจขยายมาตรการเข้มงวด Covid-19 สำหรับภาคอุตสาหกรรมเรือสำราญไปจนถึงเดือนม.ค.

·         บรรดาที่ปรึกษา FDA สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนวัคซีน Covid-19 ของบริษัท Pifzer/BioNTech ในการฉีดเพิ่มภูมิแก่เด็ก

 

·         ออสเตรเลียประกาศถอนมาตรการสั่งห้ามการเดินทางสำหรับประชาชนในประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ ตั้งแต่สัปดาห์หน้า

 

·         ไทยพบติดเชื้อใหม่วันนี้เพิ่ม 8,452 ราย และเสียชีวิตใหม่เพิ่ม 57 ศพ

 


·         นักบริหารเงิน เผย เงินบาทเช้านี้เปิดอ่อนค่า 33.20 บาท/ดอลลาร์ เผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทอสังหาฯจีน รวมถึงแรงขายสินทรัพย์ฝั่งเอเชียที่กดดันค่าเงินในแถบเอเชียโดยรวมให้อ่อนค่าลง คาดวันนี้บาทจะแกว่งตัวระหว่าง 33.10 – 33.25 บาท/ดอลลาร์




อ้างอิงจาก POST TODAY

 

·         วิจัยกรุงศรี คาดเศรษฐกิจไทยโค้งท้ายของปีได้น้ำเลี้ยงดี จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพ่มเติม หลังรัฐบาลอนุมัติใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ต.ค.




ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ
 LTV ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ในวันที่ 21 ต.ค.  ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม มุ่งเน้นการดึงเงินออมส่วนเกินของผู้มีกำลังใช้จ่าย และเสริมความต้องการซื้อที่อั้นไว้เพื่อให้กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

·         ธปท. เผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ลงเหลือ 0.6%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงเหลือ 0.6% แต่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ มีแนวโน้มฟื้นตัว สะท้อนจากการคาดการณ์ว่าทุกเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจะขยายตัวเล็กน้อย จากแรงสนับสนุนทั้งนโยบายด้านการคลังและการเงิน รวมถึงการฉีดวัคซีนที่คืบหน้าไปมากและการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมฯ ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศเริ่มฟื้นตัว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน โดยนักวิเคราะห์ที่มองว่าเศรษฐกิจจะกลับเป็นปกติภายในปี 65 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เห็นว่าประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ช้ากว่าการประเมินในรอบเดือน ก.ค. ที่เป็นช่วงก่อนการระบาดรุนแรง ส่วนหนึ่งเพราะกังวลว่าการระบาดอาจกลับมารุนแรงขึ้นอีกหลังจากเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ โดยจำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มเกิน 70% ของประชากรจะเป็นปัจจัยส าคัญที่สุดต่อการกลับมาใช้ชีวิตปกติของประชาชน

 

·         ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ตลาดยังผันผวน โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2565 จะเติบโตได้ราว 3%

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com