ทองคำปรับขึ้น 2% หลังดอลลาร์อ่อนค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัว
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นราว 2% เข้าใกล้สูงสุดรอบ 1 เดือน โดยได้รับแรงสนับสุนนหลักจาก
- ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.515% ที่ 94.036 จุด หลังทำสูงสุด 94.563 จุด (สูงสุดตั้งแต่ปลายก.ย. 2020)
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปรับลงมาที่ 1.549%
- ความกังวลเงินเฟ้อสูงกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก
- ความต้องการสินทรัพย์ Safe-Haven เพิ่มาสูงขึ้น
- รายงานประชุมเฟดก.ย. เผยแผนลดการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือน แต่มีความกังวลเรื่อง “เงินเฟ้อ”
· ราคาทองคำตลาดโลกปิด +1.8% ที่ระดับ 1,791.41 เหรียญ
หลังไปทดสอบสูงสุด 1,795 เหรียญ
· สัญญาทองคำส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิด +2% ที่ระดับ 1,794.70 เหรียญ
· ซิลเวอร์ปิด +2.5% ที่ 23.09 เหรียญ
· แพลทินัมปิด +1.2% ที่ 1,019.54 เหรียญ
· พลาเดียมปิด +3.5% ที่ 2,116.68 เหรียญ
· กองทุน SPDR กลับมาเทขายออกในรอบ 3 วันทำการ โดยเมื่อวานนี้ขายออกอีก 2.33 ตัน ปัจจุบันลดการถือครองลงมาที่ระดับ 982.72 ตัน ทำระดับต่ำสุดใหม่ตั้งแต่ 6 เม.ย. 2020
.png)
ภาพรวมเดือนต.ค. ขายออกแล้ว 7.31 ตัน ส่งผลให้เป็นการเทขายต่อเนื่องเดือนที่ 4 ขณะที่ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 8 ต.ค. กองทุนทองคำ SPDR ขายมากถึง 188.02 ตัน
· นักวิเคราะห์จาก RJO Futures มองว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ที่ขานรับข้อมูล CPI สหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในเดือนก.ย.
· นักวิเคราะห์ฝ่ายการตลาดอาวุโสจาก OANDA กล่าวว่า กระแสเงินเฟ้อที่ผสมผสานกันในเวลานี้ ดูจะสร้างคามวิตกกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และนักลงทุนหลายๆรายก็เริ่มกังวลต่อผลกระทบต่อภาคธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภคจะอ่อนแอมากขึ้นไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2022 และประเด็นนี้ จุดประกายให้เริ่มเห็นความต้องการทองคำในฐานะ Safe-Haven เพิ่มสูงขึ้น
· นางมิเชล โบว์แมน หนึ่งในผู้ว่าการหรือสมาชิกบอร์ดบริหารเฟด ค่อนข้างสบายใจอย่างมาก ในการที่เฟดจะเริ่มต้นทำ Tapering QE เดือนพ.ย.นี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ
· นางลาเอล เบร์นาร์ด สมาชิกบอร์ดบริหารของเฟด เรียกร้องให้มีการปรับปรุงการเข้าถึงสินเชื่อที่ดีขึ้น สำหรับชาวอเมริกันพื้นเมือง รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรม CRA
· “จิม เครเมอร์” นักจัดรายการชื่อดังของ CNBC ชี้ เฟดไม่จำเป็นต้องสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแรงกดดันเงินเฟ้อ เนื่องจากสถานการณ์ด้านเงินเฟ้ออาจบรรเทาได้หากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย
· “เชอร์รอด บราวน์” ประธานคณะกรรมาธิการด้านการกำกับดูแลภาคธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้เฟดยุติการปรับกฎระเบียบการเงินจนกว่า “ไบเดน” จะทำการเอกผู้ได้รับการเสนอชื่อในการเป็นรองประธานเฟดด้านการกำกับดูแลกฎระเบียบภาคธนาคารแทน นายแรนดัล ควอเลส
· “ปูติน” ชี้ ราคาน้ำมันมีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากที่จะถึง 100 เหรียญ ท่ามกลางอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ในหมวดพลังงานที่เพิ่มมากขึ้น
· บรรดาผู้นำรัฐมนตรีการคลัง G20 สนับสนุนข้อตกลงภาษีบริษัทขั้นต่ำทั่วโลก พร้อมให้คำมั่นจะสนับสนุนการเงินเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็กำลังจับตาเรื่องเงินเฟ้อในเวลานี้
· เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัวได้น้อยกว่าคาดที่ 6.5% เมื่อเทียบรายปีในช่วงไตรมาสที่ 3/2021 ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ เซอร์ไพร์สตลาดด้วยการส่งสัญญาณคุมเข้มทางการเงินมากขึ้น พร้อมระบุถึงการจะดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะกลาง
· เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นจีนปรับขึ้น นักลงทุนรับข่าวข้อมูลการค้าจีนเดือนส.ค. โดยนำเข้าเพิ่มขึ้น 17.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังน้อยกว่าคาด 20% จากผลสำรวจของ Reuters Poll
ด้านยอดส่งออกจีนปรับขึ้นเกินคาดแตะ 28.1% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดจะโตได้ 21%
ตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อวานนี้มีการยกเลิกการซื้อขายตลอดทั้งวันอันเนื่องจากสัญญาณเตือนถึงพายุไต้ฝุ่น
· “นายเทยิป เออโดร์เกน” ประธานาธิบดีตุรกี สั่งยกเครื่องธนาคารกลางของประเทศ (MPC) โดยสั่งปลดสมาชิกคณะกรรมธิการกำหนดนโยบายการเงินของ MPC 3 ราย หนึ่งในนั้นคือรองผู้ว่าการธนาคาร
กดดันทำค่าเงินลีราอ่อนค่ามากสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 9.1900 ลีรา/ดอลลาร์ หรืออ่อนค่ามากถึง 1% วานนี้ ส่งผลให้ปีนี้ค่าเงินลีราอ่อนค่าลงมาแล้วประมาณ 19%
· สหรัฐฯ, อียู และอิสราเอล ปรับท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นต่ออิหร่าน ในการพิจารณาทางเลือกต่างๆ หาก “อิหร่าน” ล้มเหลวในการร่วมฟื้นคืนข้อตกลงนิวเคลียร์ฉับับปี 2015
· COVID-19 UPDATES:
ยอดติดเชื้อใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 436,000 ราย ส่งผลให้ยอดรวมสะสมใกล้ทะลุ 240 ล้านรายเร็วๆนี้ ขณะที่ยอดเสียชีวิตสะสมรวมอยู่ที่ 4.88 ล้านราย
· รายงานยอดติดเชื้อใหม่ในรัฐวิคทอเรีย ประเทศออสเตรเลีย พบติดเชื้อใหม่รายวันพุ่งทะลุสูงสุดประวัติการณ์ เกือบ 70% แม้จะมีการฉีดวัคซีนจำนวน 2 โดสแล้ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จ่อพิจารณาขยาย Lockdown นานขึ้น หลังเดิมคาดมาตรการดังกล่าวใช้ถึง 26 ต.ค.นี้
· ผลการศึกษาของสถาบัน NIH พบว่า วัคซีน Covid-19 ของ J&J ให้ผลที่ดีกว่าวัคซีนของ Pfizer และ Moderna ในการฉีดบูสเข็มถัดไป
· สถานการณ์ในไทยเวลานี้ พบยอดติดเชื้อใหม่มากขึ้น 11,276 ราย เสียชีวิตกลับมาสู่หลักร้อย ล่าสุดเพิ่มขึ้น 112 ราย ภาพรวมยังพบคลัสเตอร์โควิดหลายจังหวัด ขณะ 14 ต.ค. หรือวันนี้ จับตา ศบค. ผ่อนคลายมาตรการ
· อ้างอิงจากผู้จัดการออนไลน์
- “หมอจุฬา” ชี้ระวัง โควิดกลายพันธุ์หลังเชื้อเข้าไทย “สภาท่องเที่ยว” หวั่น นักท่องเที่ยวไม่กล้ามา !!
“ศ.นพ.ธีระวัฒน์” เตือน เปิดประเทศ ต้องระวังเชื้อโควิดที่แฝงมาแต่ตรวจไม่เจอ เพราะอยู่ในระยะฟักตัว เมื่อผสมกับเชื้อในไทยจะเกิดการกลายพันธุ์ แพร่ระบาดเร็ว และรุนแรงมาก ชี้ ต้องตรวจคัดกรองครอบคลุมทั้งประเทศ พร้อมทั้งเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 90% โดยใช้วิธี “ฉีดใต้ผิวหนัง” ซึ่งใช้วัคซีนน้อย ประสิทธิภาพสูง สามารถเพิ่มปริมาณการฉีดได้ 3-10 เท่า หากใช้ mRNA 1 โดส ฉีดได้ถึง 10 คน ด้าน “สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” หวั่นนักท่องเที่ยวไม่กล้ามาไทย จี้ผู้ประกอบการ โชว์สัญลักษณ์การันตีปลอดโควิดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
· ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดเศรษฐกิจไทย น่าจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี 2565 หลังอัตราฉีดวัคซีนโควิด-19 เร่งตัวขึ้น ธุรกิจเริ่มเปิดกิจการ แต่ภาคธนาคาร อุตสาหกรรมค้าปลีกและโรงแรม ยังคงเผชิญความท้าทาย
· ขณะที่หลายๆฝ่าย เล็งเห็นสัญญาณบวกจากภาคธุรกิจเด้งรับสัญยาณเปิดเมือง 1 พ.ย. 64 คาดเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณดีขึ้น รวมทั้งเรื่องจ้างงาน