ทองอ่อนตัวหลังเฟดเผยคาดการณ์ยุตินโยบายเร็วขึ้น!
ราคาทองคำเมื่อวานนี้แกว่งตัวผันผวน หลังจากที่ประชุมเฟดส่งสัญญาณที่จะดำเนินการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด พร้อมด้วยการยุตินโยบายการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่อาจสิ้นสุดในช่วงกลางปีหน้า
· ราคาทองคำตลาดโลกปิด -0.4% ที่ 1,767.38 เหรียญ
ขณะที่เช้านี้ร่วงลงต่อทดสอบ 1,760 เหรียญอีกครั้ง
เมื่อคืนนี้ราคาทองคำตลาดโลกผันผวนแกว่งตัวขึ้นไปทำสุงสุดครั้งใหม่หลังทราบผลการตัดสินใจของเฟดที่จะคงดอกเบี้ยและยังไม่ประกาศทำ Tapering QE ในการประชุมครั้งนี้ จึงทำสูงสุดแตะ 1,787.87 เหรียญ
· สัญญาทองคำตลาดโลกปิด +0.3% ที่ 1,778.80 เหรียญ
· เฟดตัดสินใจคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณทำ Tapering QE เร็วๆนี้ พร้อมคาดอาจสิ้นสุด QE ในช่วงกลางปี 2022 และมีสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์เอาไว้
· ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.094% โดยระหว่างแถลงผลประชุมมีการแกว่งตัวทั้งขึ้นและลง โดยล่าสุดเช้านี้อยุ่บริเวณ 93.485 จุด ยังยืนได้เหนือ 93 จุด
· อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปิดอ่อนตัวลงแตะ 1.304%
· หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Blue Line Futures ระบุว่า ราคาทองคำค่อนข้างผันผวนก่อนทราบถ้อยแถลงของนายโพเวลล์ เกี่ยวกับกรอบเวลา Tapering QE และความชัดเจนมากขึ้นจึงส่งผลกดดันราคาทองคำ แม้จะมีบางช่วงของการรายงานผลประชุมที่หนุนทองจากโอกาสที่เฟดยังไม่เริ่มทำการลด QE และเป็นการประชุมในเชิงของ Dovish ค่อนข้างมาก
· พลาเดียมปิด +5.9% ที่ 2,017.94 เหรียญ ปิดวันดีสุดตั้งแต่ พ.ค. ปี 2020
· พลาเดียมรีบาวน์ปิด +4.4% ที่ 995.27 จุด
· นักวิเคราะห์ฝ่ายการตลาดอาวุโสจาก OANDA แสดงความเชื่อมั่นว่า ราคาของแพลทินัมและพลาเดียมนั้นยังเคลื่อนไหวในแดน Oversold ประกอบกับตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจจีนชะลอตัว เนื่องจากวิกฤต Evergrande
· นักวิเคราะห์หลายๆราย มองว่า การขาดแคลนชิป ก็ถือเป็นตัวจำกัดการฟื้นตัวของพลาเดียมได้เช่นกัน
· ซิลเวอร์ปิด +0.9% ที่ 22.67 เหรียญ
· ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯร่วง 2% ในเดือนส.ค.เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 5.88 ล้านยูนิต- เงินเฟ้อในกลุ่มราคาขายบ้านชะลอตัว
· “ไบเดน – มาครง” ผู้นำสหรัฐฯและฝรั่งเศสมีแผนเข้าพบกันเพื่อพยายาม ผ่อนคลายสถานการณ์เรื่อง “เรือดำเนิน” ของทั้งประเทศอันเกี่ยวข้องกับข้อตกลงของออสเตรเลีย
· COVID-19 UPDATES:
.png69555)
ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 230.83 ล้านราย ขณะที่เสียชีวิตทั่วโลกรวมแตะ 4.73 ล้านราย โดยเมื่อวานนี้ยังพบรายงานติดเชื้อใหม่ทั่วโลกยังอยู่ระดับสูง 523,408 ราย
· ค่าเฉลี่ยยอดเสียชีวิตรายวันในสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้นเหนือ 2,000 ราย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มี.ค.
· FDA อนุมัติใช้วัคซีน Pfizer ในการฉีดบูสกระตุ้นภุมิในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมทั้งบุคคลกลุ่มเสี่ยงอื่นๆในสหรัฐฯ
· สหรัฐฯอยู่ภายใต้แรงกดดันในการบริจาควัคซีน Covid-19 นับพันล้านโดสให้แก่ทั่วโลก และมีการสัญญาจะจัดซื้อวัคซีน Covid-19 ให้ได้มากกว่า 500 ล้านโดส เพื่อบริจาคให้แก่นานาประเทศ ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่องการแบ่งปันอุปทานด้านวัคซีนแก่ประเทศอื่นๆที่เหลือในโลก
· สถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทย
.png966)
เช้านี้ ศบค. รายงานยอดป่วยพุ่ง ไทยพบติดเชื้อเพิ่ม 13,256 ราย เสียชีวิตอีก 131 ราย ท่ามกลางครม. ผ่าน พ.ร.ก.โรคติดต่อ เพิ่มหมวด “จัดการฉุกเฉิน” ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
รายงานล่าสุดพบ ไทยยืมวัคซีนแอสตร้าฯ จากสิงคโปร์ 122,400 โดส ส่งมาถึงเสาร์นี้
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 5 ชาติที่เปิดประเทศ ให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ พร้อมตรียมแผนที่จะเปิดกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเดือนหน้า เพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ แม้ว่าอัตราการติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้น ต่างจากในปี 2020 ที่สามารถควบคุมการระบาดได้ดีกว่า
· รายงานจาก CNN ระบุว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุถึง การใช้วัคซีนโควิด-19 ประสิทธิภาพต่ำบวกแจกให้ประชาชนไม่ถึงครึ่ง ทำให้ “ไทย” เสี่ยงมากหลังกลับมาเปิดอีกครั้ง
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาเตือนหลายชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม อาจเจอวิกฤตเคสล้นโรงพยาบาลหลังการกลับมาเปิดประเทศเร็วเกินไปจากปัจจัยการให้ภูมิคุ้มกันทางวัคซีนกับประชาชนไม่ถึง 70% ตามมาตรฐานการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่บวกกับประเด็นใช้วัคซีนโควิด-19ประสิทธิภาพต่ำในฐานะวัคซีนหลักอย่างแพร่หลาย
· รายงานจาก BBC NEWS ระบุว่า ผลวิจัยซิโนฟาร์มในเด็ก 3-17 ปี ที่จีน ไม่มีข้อมูลป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่