• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 เมษายน 2564

    13 เมษายน 2564 | Gold News

ทองลงก่อนทราบข้อมูล CPI สหรัฐฯ - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับขึ้น

ราคาทองคำระหว่างวันอ่อนตัวลง และเคลื่อนไหวแถว 1,727 เหรียญ จากปัจจัยกดดัน ดังนี้
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้น
- มุมมองเชิงบวกที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- ความต้องการสินทรัพย์ Safe-Haven ที่มี “จำกัด”

ภาพรวมตลาดทองคำรอคอยการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดย หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดีขึ้นเกินคาด จะส่งผลให้ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับขึ้น” และ “กดดันการลงทุนในทองคำ”


· OCBC วิเคราะห์ทิศทางทอง “เคลื่อนไหวขาลง” จับตาการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

นักกลยุทธ์จาก OCBC Bank ประมาณการณ์มูลค่าทองคำจะเคลื่อนไหวระหว่าง 1,625 – 1,725 เหรียญ ขณะที่ ณ ปัจจุบัน ทองคำเคลื่อนไหวแนว 1,730 เหรียญ และดูมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ

อย่างไรก็ดี “ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ดี” นับตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ แต่การปรับขึ้นของเงินเฟ้อที่หนุนสภาวะ Reflation ในตลาด ก็ดูจะกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ แนะนำให้จับตา “การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ” เป็นสำคัญ เพราะยิ่งปรับขึ้นแรงเท่าไหร่ก็มีโอกาสกดดันทอง

ระยะสั้นๆ จึงมองทิศทางทองคำ เป็น “ขาลงในระยะสั้น” แต่ “ระยะกลาง - ระยะยาว คาดทองคำจะเคลื่อนไหวทรงตัว”


· ดอลลาร์ทรงตัวใกล้อ่อนค่ามากสุดรอบ 3 สัปดาห์ – เทรดเดอร์จับตาข้อมูลเงินเฟ้อ

ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นเล็กน้อยมาแถว92.170 จุด ในตลาดเอเชีย แต่ก็ยังใกล้กับต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ที่ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดีบริเวณ 91.995 จุด

ภาพรวมดัชนีดอลลาร์รอคอยการประกาศข้อมูลสำคัญของสหรัฐฯในคืนนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค และข้อมูลในคืนวันพฤหัสบดี ได้แก่ ข้อมูลค้าปลีก

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาแกว่งในกรอบ 1.6 – 1.755% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่สูงสุดของปีที่ทำไว้เมื่อวันที่ 30 มี.ค. อยู่ที่ 1.7760%

นักกลยุทธ์จาก Wespac ระบุว่า ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนตัวในหลายๆวันดูจะมีเสถียรภาพมากขึ้น และมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นอีกครั้งตอบรับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมีโอกาสเห็นดอลลาร์ปรับแข็งค่าไปแตะ 94.50 จุด

ขณะที่การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอาจตอบรับกับแรงกดัดนเงินเฟ้อ และจะยิ่งเป็นตัวช่วยหนุนดอลลาร์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของดอลลาร์มีโอกาสจะทำยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.17 – 1.20 ดอลลาร์/ยูโร โดย ณ ปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 1.1904 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับอ่อนค่ามากสุดตั้งแต่ 23 มี.ค.


· เทรดเดอร์รอการประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI) 19.30น. (ตามเวลาไทย)

- ดัชนี CPI ของสหรัฐฯอาจมีผลต่อแนวโน้มของดัชนีดอลลาร์ - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ขณะที่ข้อมูลในคืนนี้อาจเป็นตัวบ่งชี้การเริ่มต้นฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ “อย่างร้อนแรง” ได้ และหากเป็นเช่นนั้น อาจส่งผลให้
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ “ปรับตัวสูงขึ้น”
- ดอลลาร์มีโอกาส “แข็งค่า”

-ค่าเงินยูโรระดับปัจจุบันอาจถูกทดสบอต่ำสุดเดิมที่ 1.1860 ดอลลาร์/ยูโร “หากข้อมูล CPI สหรัฐฯออกมาดีขึ้น

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของยูโรโซนในวันนี้ อาทิ “German ZEW” หรือความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี “อาจส่งผลต่อยูโรอย่างจำกัด” ขณะที่แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยูโรโซนส่วนหนึ่งจะต้องพึ่งพาโครงการฉีดวัคซีนควบคู่กับการปลดล็อกกองทุนฟื้นฟูของอียู

ปอนด์มีโอกาสรีบาวน์ หลังปรับฐานในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ปัญหาวัคซีน AstraZeneca ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อค่าเงิน จึงมีโอกาสเห็นเงินปอนด์ค่อยๆปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน

ค่าเงินนิวซีแลนด์ดอลลาร์ จับตา แนวทางการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ที่อาจชะลอและจำกัดตลาดค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ


· Bitcoin ทำสูงสุดประวัติการณ์ใหม่ 62,575 เหรียญ และปี 2021 ยังคงทำ New High ต่อเนื่อง

ภาพรวม Bitcoin มีการปรับขึ้นได้มากเป็น 2 เท่าในปีนี้ ท่ามกลางกลุ่มนักลงทุนและบริษัทรายใหญ่ให้การยอมรับกันมากขึ้น ทั้งการลงทุน และการชำระเงิน ประกอบกับนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเวลานี้

อย่างไรก็ดี บริษัทรายใหญ่ๆที่ให้การยอมรับและลงทุนใน Cryptocurrency มากขึ้น ได้แก่
- BNY Mellon
- Mastercard Inc
- Tesla Inc


· “คุโรดะ” ผู้ว่าการบีโอเจ ระบุว่า เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นสัญญาณว่าจะเอื้อประโยชน์แก่เศรษฐกิจของญี่ปุ่น

โดยเฉพาะการหนุนกลุ่มผู้ผลิตที่จะได้รับผลบวกของมูลค่าและผลกำไรของรายได้ต่างประเทศ

บรรดาผู้ผลิตของญี่ปุ่นหลายๆราย ณ ขณะนี้ มีการผลิตสินค้าและสามารถขายไปยังต่างประเทศ แต่การอ่อนค่าของเงินเยนก็อาจไม่ได้ช่วยหนุนปริมาณการส่งออกให้มากขึ้นเหมือนที่ผ่านมาได้


· ยอดติดเชื้อใหม่รายวันในอินเดียพุ่งทำสูงสุดของโลก ล่าสุดแตะ 161,736 รายในหนึ่งวัน


· ออสเตรเลีย เผยรายงาน ผู้ใช้วัคซีน AstraZeneca พบปัญหาลิ่มเลือด ขณะที่การใช้งานวัคซีนในโครงการฉีดวัคซีนยังเดินหน้าอยู่


· ที่ปรึกษาญี่ปุ่นเรียกร้องให้มีทางเลือกด้าน “วัคซีน Covid-19” สำหรับนักกีฬาที่เข้าร่วมการจัดงานโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่น


· เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวได้ในเดือนก.พ. ท่ามกลางบริษัทต่างๆเตรียมพร้อมคลาย Lockdown

ข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจอังกฤษของภาครัฐบาล เผย เศรษฐกิจอังกฤษโตได้ 0.4% ในเดือนก.พ. จากเดือนม.ค. ท่ามกลางบริษัทต่างๆเตรียมพร้อมจะยกเลิกมาตรการ Lockdown ครั้งที่ 3


· “นายฟรองซัวร์ วิลเลอครอย เดอ การ์โฮ” หนึ่งในสมาชิกอีซีบีชาวฝรั่งเศส ระบุว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจกลับมาโตได้เท่าช่วงก่อนการระบาดของไวรัสประมาณกลางปี 2022

โดยจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ธนาคารกลางฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ ไม่ได้มีการปรับทบทวนแนวโน้มของเศรษฐกิจปีนี้ที่เคยคาดไว้ที่ 5.5% แต่หากเกิดมาตรการคุมเข้ม Covid-19 รอบใหม่ก็อาจทำให้การประกาศแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือนเม.ย. ถูกเลื่อนออกไป


· ท่อส่งน้ำมันของรัฐเท็กซัสค่อนข้างแห้งผาดเป็นเวลานานหลายเดือน จากการผลิตที่ลดลงและภาพรวมคาดว่าอาจเห็นปริมาณการส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวว่างเปล่าได้ประมาณช่วงสิ้นปีนี้


· กลุ่มผู้ประท้วงในพม่ายกเลิกการจัดกิจกรรมปีใหม่ และยังคงจัดชุมนุมอย่างสงบ


· หุ้นเอเชียรีบาวน์ขานรับข้อมูลการค้าจีนแกร่ง

ข้อมูลส่งออกจีนเดือนมี.ค. ยังอยู่ในทิศทางแข็งแกร่ง ขณะที่ข้อมูลนำเข้าจีนออกมารีบาวน์ขึ้นหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนเกี่ยวกับอุปสงค์ภายในประเทศที่กำลังฟื้นตัวจากการระบาดของไวรัสโคโรนา
- ส่งออกจีนในหน่วยดอลลาร์ขยายตัวได้ 30.6% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- นำเข้าจีนโตได้ 38.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และภาพรวมขยายตัวได้เร็วที่สุดในรอบ 4 ปี

· หุ้นเกาหลีใต้ปิด +1% ขณะที่หุ้นอาลีบาลาหนุนตลาดหุ้นฮ่องกงต่อเนื่อง 2 วันทำการ

ดัชนี Kospi ปิด +1.07% ที่ 3,169.08 จุด

ดัชนี Nikkei 225 ปิด +0.72% ที่ 29,751.61 จุด
ดัชนี Topix ปิด +0.2% ที่ 1,958.55 จุด

ดัชนี Shanghai Composite ปิด -0.48% ที่ 3,396.47 จุด
ดัชนี HSI ปิด +0.11% ในช่วงปลายตลาด
ดัชนี S&P/ASX200 ปิดปรับขึ้นมาแตะ 6,976.90 จุด

ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย


· หุ้นอาลีบาบาสดใสที่สุดในหุ้นเทคโนโลยีจีน วันนี้ปรับขึ้นต่อ 0.7% หลังวานนี้พุ่ง 6%


· หุ้นยุโรปเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ตลาดรอข้อมูลเศษฐกิจ - รายงานผลประกอบการ

ดัชนี Stoxx 600 เปิด +0.1% ค่อนข้างทรงตัว ท่ามกลางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขยับขึ้น 0.7% แลหุ้นกลุ่มเทเลคอมส์ดิ่ง -0.7%

ตลาดให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
- จีดีพีอังกฤษออกมาขยายตัวแตะ 0.4% ในเดือนก.พ. (แต่ก็ยังแย่กว่าคาด)
- ข้อมูลความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของเยอรมนีและยูโรโซนในช่วงเย็นวันนี้

นอกจากนี้ ตลาดยังรอรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆในแถบยุโรป อาทิ
- LVMH
- U.K.’s JD Sports
- French Connection
- Switzerland’s Givaudan 

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com