ราคาทองคำปิดปรับลงจากดอลลาร์ทรงตัว – แพลทินัมปิดสัปดาห์ +10%
ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงในคืนวันศุกร์ โดยราคาทองคำตลาดโลกปิด -0.2% แถว 1,822.15 เหรียญ ขณะที่สัญญาทองคำส่งมอบเดือนเม.ย. ปิด -0.2% ที่ 1,823.20 เหรียญ
ราคาทองคำปิดอ่อนตัวจากดอลลาร์ที่ทรงตัว แม้ว่าภาพรายสัปดาห์จะปิดปรับอ่อนค่ามากสุดในรอบ 8 สัปดาห์
กองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม โดยปัจจุบันถือครองที่ 1,142.22 ตัน
· นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered กล่าวว่า ปัจจัยที่ยังช่วยหนุนทองคำยังมาจากเรื่อง
- ทิศทางเศรษฐกิจระดับมหาภาค
- โอกาสที่ดอลลาร์ระยะยาวจะอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้ว่าระยะสั้นๆจะกลับมาแข็งค่าได้
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแท้จริงที่ยังอยู่ระดับต่ำหรือระดับติดลบ
ขณะที่ภาพรวมเชื่อว่าตลาดจะยังคงติดตามวงเงินและกรอบเวลาของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมไปถึงเงินเฟ้อ และความคืบหน้าด้านการกระจายวัคซีน
· สัปดาห์ที่แล้วนับเป็นสัปดาห์แรกที่ทองคำปิดปรับขึ้นในรอบ 3 สัปดาห์ โดยได้รับอานิสงส์หลักๆจาก “แพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ” ที่ทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะเพิ่มมากขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก
· นักวิเคราะห์ฝ่ายการตลาดจาก ThinkMarkets กล่าวว่า ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะตึงตัวของตลาดแพลทินัม แต่แนวโน้มของแพลทินัมยังอยู่ในทิศทาง “ขาขึ้น” และนักลงทุนก็ดูจะพอใจกับการเข้าซื้อเมื่อราคามีการปรับตัวลดลง
· ราคาแพลทินัมปิดทำสัปดาห์ที่ดีที่สุดตั้งแต่มี.ค. ปี 2020 โดยปรับขึ้นได้กว่า 10% จากความหวังจะเห็นอุปสงค์ในกลุ่มรถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาแพลทินัมปิดคืนวันสุกร์ + 1% ที่ 1,246.48 เหรียญ หลังจากที่ทำ High บริเวณ 1,268.88 เหรียญ ขณะที่ราคาพลาเดียมปิด +1.8% ที่ 2,386.94 เหรียญ
· ราคาซิลเวอร์ปิด +1.2% ที่ 27.26 เหรียญ โดยราคาได้รับแรงหนุนจากการที่ปรับตัวลดลงมาหลังจากที่ผันผวนขึ้นไปแรงจากภาวะ Silver Squeeze ของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในช่วงสัปดาห์ก่อน และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าซิลเวอร์ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อปีนี้จากความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
· Gold Price Forecast: ทองคำปรับฐานและมีแนวโน้มจะร่วงต่อปแนว 1,780 เหรียญ
นักวิเคราะห์จาก FXStreet สรุปมุมมองทองคำ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1) ทองคำยังถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า
2) ดอลลาร์ไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ SMA ราย 50 วันได้ ยังมีความเสี่ยงจะ “ลงต่อ” ไปที่ 1,780 เหรียญ
3) ทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้หากปิดตลาดเหนือระดับเส้น Fibonacci 23.6%
อย่างไรก็ดี ภาพรวมราคาทองคำไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,850 เหรียญได้ จึงเห็นการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการรีบาวน์ได้เหนือระดับแนวรับสำคัญ 1,780 เหรียญ แต่ก็ยังไม่มีแรงหนุนเพียงพอในสัปดาห์นี้ จึงมีโอกาสเห็นราคาปรับตัวลดลงต่อได้ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
ขณะที่ภาพระยะสั้นๆ จะเห็นได้ว่าเส้น MACD ในราย 4 ชั่วโมงกลับมาเป็น “Breakdown” และอาจทำให้เราเห็นกลุ่มนักลงทุนมีการเปิดขายก่อนที่กรอบด้านบนเพื่อรอซื้อกลับทำกำไรตามแนวรับ

ทั้งนี้ ทองคำในองค์รวมยังอยู่บริเวณ Sell Zone และหากยังปิดต่ำกว่าเส้น SMA ราย 50 วันจะยิ่งตอกย้ำภาวะขาลง
· ไบเดนหารือเรื่อง “การระบาด, เศรษฐกิจ และจีน” ในการประชุม G7 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐฯมีการมุ่งเน้นต่อ “การรับมือของทั่วโลก” ตั้งแต่การผลิตวัคซีน Covid-19 รวมทั้งการแจกจ่ายวัคซีน ควบคู่กับ “ความพยายามในการร่วมมือกันและการจัดการกับการระบาดของไวรัสที่อุบัติใหม่ โดยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการจัดตั้งกลไกการระดมทุนสำหรับความมั่นคงทางด้านสุขภาพ”
· สถานการณ์ไวรัสโคโรนา
ภาพรวมยอดติดเชื้อทั่วโลกสะสมล่าสุดทะลุ 109 ล้านราย ล่าสุดสะสมที่ 109.38 ล้านราย ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมสะสมอยู่ที่ระดับ 2.41 ล้านราย
สหรัฐฯมียอดติดเชื้อสะสม 28.26 ล้านราย โดยล่าสุดพบยอดติดเชื้อใหม่ 63,446 ราย ขณะที่ยอดเสียชีวิตสะสม 497,134 ราย
ทางด้านรัสเซียและอังกฤษทะลุ 4 ล้านรายเป็นที่เรียบร้อย
สถานการณ์ในฝั่งเอเชีย
- ญี่ปุ่นติดเชื้อสะสมสะสม 414,472 ราย และมียอดเสียชีวิตรวม 6,912 ราย
- จีนพบยอดติดเชื้อรายวันล่าสุดที่ 7 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมที่ 89,763 ราย ขณะที่เกาหลีใต้ติดเชื้อสะสม 83,525 ราย
สถานการณ์ไวรัสโครนาในไทย
- วันศุกร์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 175 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 24,279 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
- วันเสาร์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 126 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 24,405 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงเดิม 80 ราย
- วันอาทิตย์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่ม 166 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 24,571 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 80 ราย
ทำให้ยอดรวมติดเชื้อสะสมช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาเป็นจำนวน 467 ราย
· สธ.เผยตลาดที่ปทุมฯ ติดโควิด 175 ราย/จับตาชายไทยรายแรกติดสายพันธุ์แอฟริกาใต้
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน จ.ปทุมธานี และ จ.ตาก ว่าในส่วนของ จ.ปทุมธานี ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้มีคำสั่งปิดตลาดพรพัฒน์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปตรวจเชิงรุกในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 9-13 ก.พ. รวมทั้งสิ้น 1,333 ราย พบว่าติดเชื้อโควิด 175 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นคนไทย 111 ราย ต่างด้าว 64 ราย และอยู่ระหว่างรอผลอีก 3 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 13.13%
ขณะเดียวกัน ยังมีการแพร่ไปยังจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย เช่น กรุงเทพฯ นครนายก เพชรบุรี อ่างทอง นครราชสีมา สระบุรี และแพร่

· บราซิล ยืนยันรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่พบในอังกฤษจำนวน 2 รายภายในประเทศ
· รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส เรียกร้องหน่วยงานสุขภาพประจำภูมิภาคและโรงพยาบาลต่างๆ เตรียมรับมือกับ “วิกฤตด้านการจัดการ” ที่อาจเกิดขึ้นได้จากจำนวนยอดติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อที่เพิ่มมาจากสายพันธุ์ใหม่ ที่อาจส่งผลให้ต้องกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้งในเดืนอมี.ค. และพ.ย.
· รัฐบาลสาธารณรัฐเชค เห็นพ้องข้อตกลง Lockdown พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งใหม่เป็นเวลา 14 วัน
· นิวซีแลนด์ทำการ Lockdown เมือง Auckland หลังพบผู้ติดเชื้อใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 3 ราย
· ออสเตรเลียกังวลภาวะ “ฟองสบู่” ในสายการบิน ร่วมกับประเทศนิวซีแลนด์ หลังเมือง Auckland เข้าสู่การ Lockdown
· เม็กซิโกได้รับวัคซีน AstraZeneca จากอินเดียจำนวน 870,000 โดสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และคาดจะได้วัคซีนเพิ่มจากบริษัท Pfizer เป็นจำนวน 494,000 โดส โดยคาดจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมกับการฉีดวัคซีนเฟสต่อไปให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ
· รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เผยถึงการอนุมัติวัคซีน Covid-19 ของบริษัท Pfizer เพื่อพยามจัดการประเทศในช่วงระบาดระลอก 3 (Third Wave) ที่ดูจะมีเพิ่มขึ้นก่อนการจัดงาน Summer Olympic Games
นายโยชิฮิเดะ ซูงะ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์นี้ เริ่มที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณาสุข จำนวน 10,000 ราย และรัฐบาลหวังใจว่าจะมีวัคซีนที่เพียงพอต่อประชาชนส่วนใหญ่ และคาดกลางปีนี้จะสามารถฉีดได้มากถึง 126 ล้านโดส
ภาพรวมส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นยังอยู่ภายใต้มาตรการฉุกเฉิน หลังระบาดหนักกว่า 3 เท่า รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มากขึ้นในระลอก 3 นี้ โดยยอดติดเชื้อของ ญี่ปุ่นทะลักเกิน 410,000ราย และเสียชีวิตกว่า 6,772 ราย
สำหรับ Olympic Games ถูกกำหนดว่าจะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.
· ผู้อำนวยการ CDC เตือนหลายๆรัฐที่ลดการสวมหน้ากากอนามัย ท่ามกลางความกังวลเรื่อง Covid กลายพันธุ์
· WHO ชี้ ผู้ป่วย Covid-19 ที่รักษาหายแล้วมีโอกาสติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้
รายงานเบื้องต้นจากแอฟริกาใต้ พบว่า ประชาชนที่เคยติดเชื้ออาจกลับมาติดเชื้อได้ใหม่ โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสจากสายพันธุ์ใหม่
การค้นพบในขั้นต้น ยังสะท้อนให้เห็นว่าวัคซีน Covid-19 อาจมีประสิทธิภาพน้อยในการในการป้องกันสายพันธุ์ใหม่ แต่วัคซีนอาจช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อได้ และสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ได้
· CNBC ระบุว่า บรรดาทีมแพทย์ส่วนใหญ่ เตือนถึง Covid-19 จะกลายมาเป็นโรคทั่วไป และประชาชนจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคชนิดนี้
· มหาวิทยาลัย Oxford ทดสอบประสิทธิภาพการใช้วัคซีน Covid-19 กับเด็กอายุ 6-17 ปี เป็นครั้งแรก
· อิสราเอล เผยแผนกลับมาเปิดทำการร้านอาหารในเดือนมี.ค. และจะกลับมาส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับประเทศไซปรัส
· สาธารณรัฐกินี ประกาศ การระบาดของ “Ebola” ครั้งใหม่เมื่อวานนี้ หลังพบผลเลือดของผู้ติดเชื้อมากขึ้น หลังจากที่มีการเสียชีวิตภายในประเทศจำนวน 3 ราย และมีผู้ป่วยเพิ่มทางตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 4 ราย เรียกว่าเป็นการกลับมาระบาดของโรค หลังจากที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2013 – 2016 ที่เป็นช่วงเกิดการระบาดเป็นครั้งแรกที่เลวร้ายที่สุด
· วุฒิสภาตัดสินให้ “ทรัมป์” พ้นข้อกล่าวหาด้วยมติ 57 ต่อ 43 แม้เสียงส่วนใหญ่จากเดโมแครตโหวตให้มีความผิดในการยุยงให้เกิดการจราจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อ 6 ม.ค. ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ราย ที่รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์นี้ด้วย
· Reuters ชี้ว่า การตัดสินใจของวุฒิสภา สะท้อนว่า “ทรัมป์” ยังคงมีอำนาจทางการเมืองในพรรครีพับลิกัน
· “มาริโอ ดรากี้” เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิตาลีทางการ ท่ามกลางความท้าทายที่น่าเป็นกังวลทั้งจากวิกฤต Covid-19 และการดิ่งลงของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ หนึ่งในหน้าที่ที่ทีมงานของเขาและคณะรัฐบาลของเขาที่มาจากหลายพรรคการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญในเรื่อง “ทฤษฎีการปกครองทางด้านเทคนิค” ประกอบด้วยเรื่องรัฐมนตรีการคลัง และพลังงานสีเขียวครั้งใหม่
· รัสเซียพร้อมยุติสัมพันธ์อียู
รายงานจาก CNBC เปิดเผยว่า ทางการรัสเซียมีการกล่าวถึงความพร้อมที่จะตัดสัมพันธ์กับยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศเวลานี้
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียตระหนักถึงข้อเท็จจริงจากผลกระทบของการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของประเทศ และรัสเซียไม่ต้องการแยกตัวเองออกจากทั่วโลก แต่ก็พร้อมที่จะตัดสัมพันธ์ดังกล่าวทิ้ง หากอียูต้องการความสงบก็จงเตรียมพร้อม
· จีดีพีญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4/2020 ออกมาโตได้ 12.7% เมื่อเทียบรายปี โดยยังคงฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องจากที่เผชิญกับวิกฤตไวรัสโคโรนา และได้รับอานิสงส์จากข้อมูลในกลุ่มสินค้าและการบริการภายในประเทศที่หนุนเงินเฟ้อ
สำหรับภาพรวมปี 2020 จีดีพีญี่ปุ่นหดตัวไปราว -4.8% ซึ่งถือเป็นการหดตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เคยปรับลงหนัก -5.7% ในปี 2009
· ประชาชนชาวพม่าเรือนหมื่นยังคงออกมาต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเป็นเวลา 9 วันบริเวณเมืองหลวงใหญ่ๆของประเทศ หลังจากที่รัฐบาลดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวจากการลาดตระเวน ขณะที่กองทัพมีการยกเลิกกฎหมายปกป้องเสรีภาพของพวกเขา
· สถานการณ์ในประเทศพม่ายังคงระอุ ทหารกร้าวหนัก ส่งรถถัง-รถหุ้นเกาะออกวิ่งในหลายเมือง
· ประชาชนนับพันรายเดินขบวนในกรุงโตเกียวเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหารของพม่า นับเป็นการออกมาประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
· รัฐประหารเมียนมา: มิน อ่อง หล่าย ส่งจดหมายถึงประยุทธ์ ขอไทยสนับสนุนประชาธิปไตยในเมียนมา
ทั้งนี้ นายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ระบุว่าเขาไม่ได้ตอบจดหมายของหัวหน้าคณะรัฐประหารเมียนมาเนื่องจากเป็นจดหมายชี้แจงให้สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยของเมียนมา ซึ่งเขาและประเทศไทยก็สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยอยู่แล้ว ก็สุดแล้วแต่ว่าเมียนมาจะทำอย่างไรต่อไป
· นักบริหารการเงิน มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 29.65-30.15 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่วันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.00 บาท/ดอลลาร์
· สถานการณ์การเมืองไทย (อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์)
- หัวหน้า ปชป.พร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มั่นใจชี้แจงได้ทุกประเด็น
- ปชป.แนะทุกฝ่ายอภิปรายอย่างสร้างสรรค์-ยึดข้อบังคับ มั่นใจปธ.สภาฯเป็นกลาง
- ราษฎร ออกแถลงการณ์ยืนหยัดสู้จนกว่าไม่มีประชาชนคนใดถูกจับโดยไม่เป็นธรรม
- ม็อบราษฎรนำผ้าแดงคลุมอนุสาวรีย์ฯก่อนเคลื่อนไปศาลหลักเมือง นัดชุมนุมใหม่ 20 ก.พ.
· อ้างอิงจากสำนักข่าวไทยรัฐ
- ขาช็อปหุ้นต่างประเทศพุ่ง หนุนยอดเปิดบัญชีบล.บัวหลวงโต 430% โดยช่วงที่ผ่านมาการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม
· อ้างอิงจากประชาชาติธุรกิจ
- หุ้น OR เทรดวันแรก 26.50 บาท นักลงทุนรับกำไร 47.2%
- ปรากฎการณ์ OR เข้าเทรด ปลุกกระแส ‘‘หุ้น (ขวัญใจ) มหาชน’’
หุ้น OR หรือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) สร้างปรากฏการณ์ “หุ้นมหาชน” ได้สมคำโฆษณาที่พยายามดึงดูดใจนักลงทุนรายย่อยให้เกิดความรู้สึกร่วมในความเป็นเจ้าของธุรกิจ
จากที่มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้น IPO (หุ้นสามัญที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 4.8 แสนราย โค่นแชมป์เก่าอย่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงอย่างราบคาบ (ดูกราฟิก) ขณะที่ราคาหุ้นที่เปิดซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) วันแรก
