ราคาน้ำมันดิบปิดปรับขึ้นทำสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี โดยน้ำมันดิบ Brent พุ่งเหนือ 60 เหรียญ/บาร์เรล เพราะได้รับแรงหนุนจากการปรับลดอุปทานน้ำมันจากกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่และความหวังต่อมาตรการกรตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
น้ำมันดิบ Brent ปิด +2.06% ที่ 60.56 เหรียญ/บาร์เรล
น้ำมันดิบ WTI ปิด +1.97% ที่ 57.97 เหรียญ/บาร์เรล
ซึ่งน้ำมันดิบทั้ง 2 ชนิดมีการทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ม.ค. ปี 2020
รองประธานบริษัทน้ำมันจาก Rystad Energy กล่าวว่า น้ำมันดิบทะยานเหนือ 60 เหรียญอีกครั้งจากตลาดที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการถือ Long เพิ่มมาในตลาด จึงดูเหมือนตลาดจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
น้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับขึ้นได้แล้วกว่า 60% นับตั้งแต่ที่เริ่มเดือนพ.ย. ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกเกี่วกับการกระจายวัคซีนไวรัสโคโรนา ควบคู๋กับการที่ OPEC+ ยังคงลดกำลังการผลิต ทั้งหมดนี้จึงช่วยหนุนราคาน้ำมันในตลาด
ซาอุดิอาระเบียให้คำมั่นว่าจะยังเดินหน้าลดกำลังการผลิตน้ำมันครั้งพิเศษในช่วงเดือนก.พ. - มี.ค. ขณะที่สมาชิก OPEC+ รายอื่นๆก็ยังตรึงการปรับลดภายใต้ข้อตกลงการปรับลดการผลิตน้ำมันร่วมกัน
นักเศรษฐศาสตร์จาก OCBC กล่าวว่า การที่ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกให้ “สัญญาณที่เป็นบวกอย่างมากต่อตลาด” ในสัปดาห์ที่แล้ว ก็ดูจะช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบรายเดือนในตลาดเอเชียไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
นักลงทุนยังคงจับตาแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ Covid-19 วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญของสหรัฐฯ ที่ถูกคาดว่าจะได้รับการอนุมัติเร็วที่สุดภายในเดือนนี้
ตลาดลดความหวังที่เกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่จะกลับสู่ตลาดได้ในเร็วๆนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคา โดยนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า จะยังไม่ทำการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจนกว่าจะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านยื่นเงื่อนไขว่าการคว่ำบาตรทั้งหมดต้องถูกยกเลิกเป็นอันดับแรกจึงจะกลับสู่โต๊ะเจรจาได้
ที่มา: CNBC
