ทองปรับขึ้นมากกว่า 1 % ต้อนรับการมาของนายไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46
· ราคาทองคำปรับมากกว่า 1 % ในวานนี้ โดยได้รับอานิสงค์คณะรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากนายโจ ไบเดน เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการและการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของ นางเจเน็ต เยลเลน ที่ช่วยหนุนแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจเยียวยาโควิด ซึ่งมีมูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญ พร้อมทั้งการกระจายวัคซีนโควิด
· ราคาตลาดทองคำ ปิด+1.6% ที่ 1,868.00 เหรียญต่อออนซ์ โดยปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้
· สัญญาทองคำ ปิด+1.4% ที่ 1,866.50 เหรียญ
· หัวหน้านักวิเคราะห์ BMO เผยว่าแม้ว่าการมาด้วยมิตรไมตรีจิต ของ ไบเดน นักลงทุนอาจยังมีความสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของไบเดน จะดำเนินตามอดีตประธานาธิบดีคนก่อนๆ หรือไม่ โดยทั้งนี้ ทองคำกลับมายืนเหนือค่าเฉลี่ย ที่ 1,860-1,900 เหรียญ
· นักกลยุทธ์ RJO เผยว่า ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง นางเจเน็ต เยลเลน ได้มุ่งเน้นความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจเยียวยาโควิดขนานใหญ่เพิ่ม และอาจดำเนินเป็นอันดับแรก รวมถึงการขึ้นภาษีในกลุ่มบริษัทด้วย
· นักเศรษฐศาสตร์ OCBC เผยว่า ทองคำอาจปรับสูงแตะที่ระดับ 2000 เหรียญ ในช่วงกลางไตรมาส 2 เนื่องประชากรได้รับการฉีดวัคซีนในจำนวนที่เพิ่มขึ้น และอาจถือครองเงินสดกันมากขึ้นในระบบ ทำให้อุปสงค์การอาจกลับมาเท่าเดิม
· ซิลเวอร์ ปิด+2.2% ที่ระดับ 25.75 เหรียญต่อออนซ์
· แพลตตินั่ม ปิด+2.3% ที่ระดับ 1,108.05 เหรียญต่อออนซ์
· พาลาเดียม ปิด+1.1% ที่ระดับ 2378.37 เหรียญต่อออนซ์
· “ไบเดน” ปฏิญาณตนในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำ “ประชาธิปไตยจงเจริญ!”
นายโจเซฟ โรบิเนต ไบเดน จูเนียร์ วัย 78 กลายมาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ที่ได้รับการถ่ายโอนอำนาจที่น่ากลัวมากที่สุดครั้งประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ภายใต้การระบาดของไวรัสโคโรนาในเวลานี้ด้วย
· บทบาทแรก “ไบเดน” ลงนามคำสั่งใส่หน้ากากอนามัยและยุติการสร้างกำแพงพรมแดน
· นายไบเดนจะกลับสู่ข้อตกลงสภาพภูมิอากาศของฝรั่งเศส และจะใช้คำสั่งอนุมัติฉุกเฉินครั้งแรกในการยกเลิกคำสั่งของนายทรัมป์เกี่ยวกับการแบนชาติมุสลิม
สมาชิกอาวุโสในทีมนโยบายของนายไบเดน เปิดเผยว่า หลังนายไบเดน ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯน่าจะเกิดการลงนามคำสั่งฉุกเฉินกว่า 12 ฉบับ ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นจากวิกฤต Covid-19 และวิกฤตหนีเการศึกษา และภาพรวมดูเหมือนจะมีการลงนามคำสั่งที่สวนกับแนวทางที่นายทรัมป์วางไว้ พร้อมๆกับการยกเลิกก่อสร้างกำแพงพรมแดนที่ยาวที่สุดทางพรมแดนตอนใต้ของสหรัฐฯ
· ทีมบริหารไบเดนมีกำหนดแถลงข่าวสั้นๆ หลังไบเดนลงนามคำสั่งฉุกเฉิน
· เฟดภายใต้การบริหารงานของไบเดนจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทำเนียบขาวมากขึ้น และเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ด้วยกัน
เจ้าหน้าที่ทางการเงินและประธานจาก Whaleb Global Advosors กล่าวว่า เฟดที่ดำเนินงานภายใต้การบริหารประเทศของนายไบเดนที่มีแนวโน้มจะผลักดันและมุ่งเน้นเรื่องความเหลื่อมล้ำกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่เฟดต้องการจะทำและจะเสริมให้เฟดมีอำนาจมากขึ้นที่จะทำได้ จึงน่าจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
· จีนเอาจริง “คว่ำบาตร” สมาชิกอดีตทีมบริหารทรัมป์หลังจากที่นายไบเดนสาบานตนรับตำแหน่ง
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยถึงรายละเอียดที่ทางการจีนมีการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 28 ราย นำโดย
นายไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ,
นายโรเบิร์ต โอ’เบรียน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง,
นายปีเตอร์ นาวาโร อดีตที่ปรึกษาทางการค้า เป็นต้น
ทั้งนี้ ทางการจีนระบุถึงช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เจ้าหน้าที่ทางการเมืองของจีนถูกคว่ำบาตรจากทางสหรัฐฯอย่างเป็นการเห็นแก่ตัว โดยปราศจากการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนสหรัฐฯและจีนเป็นสำคัญ รวมทั้งสร้างรอยร้าวระหว่างสองประเทศจากข้อพิพาทต่างๆของสหรัฐฯ-จีน
· “สหรัฐฯกลับมาแล้ว” ยุโรปเฮ! ทรัมป์ไป-ไบเดนมา
นางเออซูลาร์ วง เดอ เลอยง ประธานคณะกรรมาธิการอียู กล่าวว่า การมาของนายไบเดนถือเป็น “ข่าวดี” กับการกลับมาของสหรัฐฯ และยุโรปพร้อมเคียงข้างกับการกลับมาสานสัมพันธ์และเชื่อใจต่อคู่ค้า ที่อาจช่วยสมานรอยร้าวระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ดี สหรัฐฯและอียูยังมีโอกาสที่จะเชื่อมความสัมพันธ์กับนานาประเทศในเรื่องการค้าและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ
· จีนประกาศคุมเข้ม Covid-19 และมีการสั่ง Shutdown สถานีรถไฟใต้ดิน หลังพบยอดติดเชื้อรายวันใหม่เพิ่มมากขึ้นในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูจะย่ำแย่ก่อนเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน
· เยอรมนีประกาศขยาย Lockdown ในกลุ่มร้านค้าและสถานศึกษาถึง 14 ก.พ.
· วัคซีนบริษัท Pfizer-BioNTech มีประสิทธิภาพในดารต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพบในอังกฤษ
· ภาพรวมทั่วโลกมียอดติดเชื้อสะสมที่ 97.26 ล้านราย ล่าสุดพบยอดติดเชื้อทั่วโลกรายวันวานนี้เพิ่มขึ้นกว่า 656,446 ราย ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมสะสมอยู่ที่ระดับ 2.08 ล้านราย
สหรัฐฯครองแชมป์ติดเชื้อสูงสุดล่าสุดสะสมที่ 24.98 ล้านราย ขณะที่ยอดเสียชีวิตทะลุ 415,530 ราย
สถานการณ์ในฝั่งเอเชีย
- ญี่ปุ่นติดเชื้อสะสมล่าสุดที่ 339,774 ราย และมียอดเสียชีวิตรวม 4,647 ราย
- จีนยังมียอดติดเชื้อรายวันหลักร้อย โดยล่าสุดรวมสะสมที่ 88,557 ราย ขณะที่เกาหลีใต้ติดเชื้อสะสมทะลุ 73,518 รายเป็นที่เรียบร้อย
ภาพรวมโควิดในไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 59 ราย ยอดป่วยยืนยันสะสม 12,653 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 71 ศพ
โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนี้ เป็นผู้หญิง อายุ 48 ปี เป็นคนขับรถรับส่ง เพื่อนบ้านชาวเมียนมา ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะนี้ มีจังหวัดพบผู้ติดเชื้อแล้ว 62 จังหวัด ล่าสุด คือ จ.นครพนม
· ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด วันนี้ (20 ม.ค.) เพิ่มอีก 59 ราย รวมป่วยสะสม 12,653 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นคนขับรถรับส่งคนเมียนมา จังหวัดติดเชื้อเพิ่มเป็น 62 จังหวัด ห่วงผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่ “ไม่มีอาการ”
วันที่ 20 มกราคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 59 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 51 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 8 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 12,653 ราย หายป่วยแล้ว 9,621 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นหญิงไทยอายุ 49 ปี เป็นคนขับรถส่งแรงงานเมียนมาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก รวมเสียชีวิตสะสม 71 คน
· สายการบิน United Airlines ขาดทุนต่อในไตรมาส 4/2020 ซึ่งผลกำไรดิ่งกว่า 69% เมื่อเทียบกับปีก่อน และน่าจะกระทบต่อถึงช่วงต้นปี 2021 พร้อมกล่าวเตือนถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกหลายเดือนจากไวรัสโคโรนา
ผลประกอบการต่อหุ้น (EPS) ร่วงลง 7 เหรียญ สูงกว่าที่คาดไว้ 6.6 เหรียญ
ผลกำไรออกมา 3.41 พันล้านเหรียญ จากที่คาดไว้ 3.44 พันล้านเหรียญ
· นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 29.85-30.05 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลาดจับตาประเด็นที่นางเจนเน็ต เยลเลน ว่าที่ รมว.คลังสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้สภา คองเกรสเร่งอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญที่นำเสนอโดยนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 85.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 87.4 ในเดือนพ.ย.63 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยมีปัจจัยลบจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงกว่ารอบแรก และขยายวงกว้างไปในหลายจังหวัด
- กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตั้งเป้ายอดการผลิตรถยนต์ในปี 2564 ประมาณ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้น 73,030 คัน จากปี 2563 ที่มีจำนวน 1,426,970 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5.12% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 750,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 750,000 คัน
- ธนาคารโลก ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 4% ในปีนี้ และ 4.7% ในปีหน้า โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และการใช้นโยบายด้านการคลังของรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ธนาคารโลกเตือนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน อันเนื่องจากความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ