· ดอลลาร์เคลื่อนไหวกรอบแคบก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ - ปอนด์ร่วง
ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างทรงตัวในวันนี้ ท่ามกลางนักลงทุนที่เตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้ ขณะที่การระบาดของไวรัสโคโรนาทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน
ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวแถว 94.17 จุด ใกล้กับสูงสุดรอบ 1 เดือนที่ทำไว้ 94.195 จุด
ค่าเงินปอนด์อ่อนหนักจากกังวลไวรัสโคโรนา ส่งผลให้เกิด Lockdown รอบสอง เริ่มพฤหัสบดีนี้ จนถึง 2 ธ.ค. และอาจมีการขยายเวลาออกไปอีกหาก Second Wave ยังไม่จบ ท่ามกลางยอดติดเชื้อรายวันในอังกฤษที่เพิ่มสูงกว่า 20,000 ราย
ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.39% ที่ 1.2904 ดอลลาร์/ปอนด์
ขณะเดียวกันเทรดเดอร์ก็จับตากับการเจรจาระหว่างอังกฤษ-อียู หลัง Reuters เผยถึงแหล่งข่าวที่ระบุว่าจะมีการกลับมาเริ่มเจรจาต่อในวันนี้จนถึงช่วงกลางสัปดาห์
สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ในยุโรปพบว่ามีการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตลอดช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลให้ ยุโรปมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มรวมแล้วกว่า 10 ล้านราย
ค่าเงินยูโรทรงตัวในตลาดเอเชีย แต่ระยะยาวยังเป็นแนวโน้มขาลงเมื่อเทียบกัดอลลาร์และเยน โดยค่าเงินยูโรปรับตัวลงมาแถว 1.1638 ดอลลาร์/ปอนด์ หลังจากที่ทำต่ำสุดรอบ 1 เดือน ด้านยูโรเทียบกับเยนทรงตัวที่ 121.83 เยน/ปอนด์
หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Sumitomo Mitsui Bank กล่าวว่า ค่าเงินยูโรเผชิญ "แรงเทขาย" เข้ามาในตลาดจากยอดติดเชื้อ Covid-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างหนัก ส่งผลให้หลายๆประเทศในยุโรปตัดสินใจ Lockdown อีกครั้ง และการระบาดก็ยังคงหนักเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ แต่คาดว่าการระบาดน่าจะควบคุมได้และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดค่าเงินเป็นเวลานาน
ค่าเงินเยนทรงตัวที่ี 104.72 เยน/ดอลลาร์ หลังจากที่ไปทำแข็งค่ามากสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 104.02 เยน/ดอลลาร์
หัวหน้านักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Daiwa Securities กล่าวว่า ค่าเงินเยนมีแนวโน้มจะทรงตัวในกรอบวันนี้และวันพรุ่งนี้ รอผลเลือกตั้ง แต่ในช่วงนับผลคะแนนโหวตอาจ เกิดความผันผวนอย่างหนัก ได้
ค่าเงินหยวนทรงตัวที่ 6.6883 หยวน/ดอลลาร์ ขานรับข้อมูลกิจกรรมภาคโรงงานทั้งเอกชนและรัฐบาลที่ออกมาดีขึ้นเกินคาด
ท่ามกลางการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ ก็จะมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญด้วยเช่นกัน
- ดัชนี PMI ของสหรัฐฯ, ยูโรโซน และประเทศต่างๆ
- การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของรัฐบาลสหรัฐฯ
- ข้อมูลการค้าของจีน
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของธนาคารกลางต่างๆในสัปดาห์นี้ ได้แก่
3 พ.ย. - ประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย
4 - 5 พ.ย. - ประชุมธนาคารกลางอังกฤษ และเฟด
โดยจะทราบผลการตัดสินใจของ 2 ธนาคารหลังได้ในวันพฤหัสบดี
· ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาล่าสุดจาก Worldometers สะท้อนว่า มียอดสะสมที่ 46.86 ล้านราย ใกล้ทะลุ 47 ล้านรายในเร็วๆนี้ ขณะที่ยอดเสียชีวิตทั่วโลกสูงกว่า 1.2 ล้านราย

· "ทรัมป์" จะไล่ "ฟาวซี" ผู้เชี่ยชาญ-ผู้อำนวยการสถาบันการระบาดและโรคติดต่อแห่งชาติออกหลังจบเลือกตั้ง เหตุเพราะวิจารณ์การรับมือเรื่อง Covid-19 ของเขา
· ผู้เชี่ยชาญจาก Stanford ระบุว่า การหาเสียงของนายทรัมป์ ส่งผลให้มียอดติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นสูงกว่า 30,000 ราย
· ผู้ช่วยผู้อำนวยการ WHO ติด Covid-19 แดต่ภาพรวมยังมีอาการอยู่ในภาวะที่ดี และแทบไม่มีอาการใดๆแสดงให้เห็นเลย ขณะที่ผู้อำนวยการคนดังกล่าวจะมีการกักตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วันและปฏิบัติงานที่บ้านแทน
· อังกฤษขยายมาตรการช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้กู้ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19
โดยอาจมีการผ่อนผันการขยายเวลาชำระในช่วงวันหยุดเทศกาออกไป ไม่ว่าจะเป็นการชำระบัตรเครดิต, สินเชื่อรถยนต์, เงินกู้ส่วนบุคคล หรือหนี้สินต่างๆ ก่อนจะเกิดผลบังคับใช้ Lockdown ในสัปดาห์นี้
· สื่ออังกฤษรายงาน "เจ้าชายวิลเลียม" ติดเชื้อ Covid-19 ตั้งแต่เดือนเม.ย. ซึ่งถือเป็นช่วงเดือนเดียวกันกับที่พบว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกฯอังกฤษติดเชื้อด้วยเช่นกัน
· CEO สายการบิน Ryanair ชี้ การ Lockdown ของบรรดารัฐบาลยุโรปจะส่งผลกระทบกับกลุ่มสายการบินกว่า -80% ภายในช่วง 6 เดือน
· ผลสำรวจภาคเอกชน ชี้ ภาคการผลิตของจีนขยายตัวได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ท่ามกลางยอดระบาดของไวรัสโคโรนาที่ลดน้อยลง
ผลสำรวจภาคเอกชนของจีน ชี้ว่า กิจกรรมภาคโรงงานขยายตัวได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ในเดือนต.ค. ท่ามกลางความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี
Caixi/Markit เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโตได้ที่ 53.6 จุดในเดือนต.ค. สูงกว่าคาด และเป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่ม.ค. ปี 2011 ซึ่งการยืนได้เหนือ 50 จุด สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัวได้ดี
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Caixin Insight Group กล่าวว่า ภาพรวมกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมการผลิตจีนมีการฟื้นตัวได้จากความสามารถในการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาได้อย่างมาก จึงทำให้เราเห็นการฟื้นตัวในภาคการผลิตได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
· ญี่ปุ่นเปิดศูนย์ตรวจโควิดที่สนามบินนาริตะ ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เปิดศูนย์ตรวจคัดกรองการตรวจไวรัสโคโรนา เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังใช้มาตรการจำกัดการเดินทางมาเป็นเวลาหลายเดือน
· ราคาน้ำมันปรับลดลง 3% จากความกังวลด้านอุปสงค์น้ำมัน จากการล็อกดาวน์ในยุโรป
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า 3% ในวันนี้จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้ต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรป จึงทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง รวมทั้งความวุ่นวายเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์นี้
ประเทศต่างๆทั่วยุโรปได้ปรับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งเพื่อพยายามชะลออัตราการติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา
โดยน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลง 1.34 เหรียญ หรือ 3.5% ที่ระดับ 36.60 เหรียญ/บาร์เรล ทางด้าน WTI ปรับลดลง 1.41 เหรียญ หรือ 3.9%
ทั้งนี้ น้ำมันดิบ Brent ปรับร่วงมากถึง 5.8% และ WTI ลดลงมากถึง 6% ในการซื้อขายในช่วงแรก ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา