รายงานล่าสุด ระบุว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย, แอริซา และฟลอริดา ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ที่กลับมาเริ่มมีการกลับมาตรวจหาเชื้อครั้งใหม่
รัฐแอริโซนา มีรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่ 2,519 ราย
รัฐฟลอริดา มีรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,207 ราย
รัฐแคลิฟอร์เนีย มีรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่ 4,084 ราย
และจำนวนยอดทั้งหมดข้างต้นยังคงเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในแถบทางตอนใต้และตะวันตก
นอกจากนี้ สัญญาณล่าสุดของการเพิ่มขึ้นในหลายๆรัฐนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่หาวิธีตอบโต้ต่อการระบาด โดยผู้ว่าการรัฐแอริโซนา ตระหนักดีและระบุว่าอาจใช้นะโยบายควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมากขึ้นหากจำเป็น
· ยอดค้าปลีกอังกฤษรีบาวน์ในเดือนพ.ค. ขณะที่ระดับหนี้สาธารณพุ่ง 100% ของจีดีพี
ยอดค้าปลีกอังกฤษรีบาวน์ขึ้นอย่างแข็งแกร่งเกินคาดในเดือนที่แล้ว ท่ามกลางประเทศที่ค่อยๆผ่อนคลาย Lockdown แต่อัตราการกู้ยืมของประเทศกำลังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยที่ระดับหนี้พุ่งทะลุ 100% ของจีดีพีไปแล้ว
ยอดค้าปลีกอังกฤษในเดือนพ.ค. ปรับตัวขึ้นทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12% หลังจากที่ร่วงลงไป -18% ในเดือนเม.ย.
ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคอังกฤษในเดือนมิ.ย. ก็ยังคงออกมาแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้น Lockdown แม้ว่าภาพรวมจะยังดูอ่อนแอก็ตาม
ผู้ว่าการอังกฤษ กล่าวว่า เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับภาวะหดตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มากกว่าที่ทางบีโออีเป็นกังวล แต่ภาพรวมก็ยังไม่มีอะไรการันตีได้เกี่ยวกับการรีบาวน์ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการว่างงานที่น่าจะยังเพิ่มสูงขึ้น
· ญี่ปุ่นชี้ เศรษฐกิจเกือบจะหยุดภาวะย่ำแย่ลงแล้ว ซึ่งถือเป็นมุมมองเชิงบวกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018
รัฐบาลญี่ปุ่นมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ทางเศรษฐกิจในเดือนมิ.ย. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 ท่ามกลางภาวะความย่ำแย่ที่มีมากขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา
แม้ว่าเศรษฐกิจจะเผชิญกับหลายๆเหตุการณ์ในช่วงเกิดวิกฤตไวรัสโคโรนา แต่ก็เชื่อว่าเกือบทั้งหมดได้หยุดรับผลกระทบเชิงลบแล้ว
นอกจากนี้ ยังคาดว่าผลกระทบที่เศรษฐกิจได้รับถือว่าย่ำแย่ที่สุดในไตรมาสนี้ แต่การประเมินเศรษฐกิจใหม่ของทางรัฐบาลดูจะช่วยเพิ่มสัญญาณบวกทีว่าการใช้จ่ายผู้บริโภค และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจจะมีการฟื้นตัวหลังจากที่มีการคลายมาตรการฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในช่วงปลายเดือนพ.ค.
· น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นตามความเชื่อมั่นด้านการปรับลดอุปทานน้ำมัน คาดเห็นอุปสงค์ฟื้น
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นตลาดจากความหวังที่ว่าบรรดาผู้ผลิตน้ำมันและชาติพันธมิตรที่ให้คำมั่นที่จะทำการปรับลดกำลังการผลิต และการที่เทรดเดอร์น้ำมันเจ้าใหญ่ 2 รายระบุถึงการจะเห็นอุปสงค์ฟื้นตัว
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 14 เซนต์ หรือ +0.4% ที่ 38.98 เหรียญ/บาร์เรล ด้าน Brent ปรับขึ้น 7 เซนต์ หรือ +0.2% ที่ระดับ 41.58 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งน้ำมันดิบทั้งสองชนิดต่างก็ปิดปรับขึ้นได้กว่า 2% วานนี้
อิรักและคาซัคสถานมีแผนจะร่วมมือกันหารือเรื่องการปรับลดการผลิตที่ระบุว่าจะร่วมมือกันปรับลดอุปทานเพื่อสนับสนุนตลาด ซึ่งเป็นการให้คำมั่นเพิ่มหลังจากที่ผลประชุม OPEC+ ทำการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิต
ทั้งนี้ หากบรรดาผู้ผลิตยังล่าช้าในการจัดการกับการหาวิธีชดเชยกับการผลิตที่มากเกินไปในช่วงเวลา 3 เดือน ก็จะส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำมันดิบในตลาดที่สูงเกิน หากกลุ่ม OPEC+ ยังยืนกรานที่จะไม่ทำการขยายการผลิตน้ำมันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลออกไปมากกว่าเดือนก.ค.