• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2563

    31 มีนาคม 2563 | SET News

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวสูงขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มสุขภาพ และกลุ่มนักลงทุนที่กำลังจับตาประเด็นผลกระทบของไวรัสโคโรนา ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯกว่า 2 ล้านล้านเหรียญ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิด +690.7 จุด หรือ +3.19% ที่ 22,327.48 จุด ทางด้าน S&P500 ปิด +3.35% ที่ระดับ 2,626.65 จุด และ Nasdaq ปิด +3.62% ที่ 7,774.15 จุด

• ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับขึ้นเช่นกัน โดย Stoxx 600 ปิด +1.1%

• ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดปรับขึ้นก่อนทราบข้อมูล PMI ของจีน ในช่วงประมาณ 8.00น. บ้านเรา โดยดัชนี S&P/ASX200 เปิด +3.17% ขณะที่หุ้น Kospi ของเกาหลีใต้เปิด +1.63% ทางด้าน Kosdaq เปิด +2.58%
ดัชนีนิกเกอิเปิดปรับขึ้น 0.51% ในขณะที่ดัชนี Topix เปิด +0.13% และ MSCI ที่ไม่รวมญี่ปุ่นเปิด +0.76%
การประกาศข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของจีน ออกมาดีขึ้นเกินคาดแตะ 52 จุด ขณะที่ข้อมูลในเดือนก่อนหน้าทำต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 35.7 จุด

 อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ระหว่าง 32.55-32.70 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ตลาดจับตา ดูยังคงเป็นสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือน ก.พ.63 พบว่า เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณชะลอตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวลงมากจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมมีสัญญาณชะลอตัวจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและปัญหาภัยแล้ง อย่างไรก็ดี การจับจ่ายใช้สอยสินค้าทั่วไปยังคงขยายตัวได้ สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่

- รมว.คลัง เปิดเผยว่า ยอดล่าสุดจนถึงขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วทั้งสิ้น 19.8 ล้านคน พร้อมระบุว่าผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือนตามชุดมาตรการนี้จะต้องไม่อยู่ในระบบประกันสังคมและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้

- ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือน ก.พ.63 ว่า ทุกภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจภาคตะวันออกและภาคใต้ยังมีสัญญาณบวกจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน

· อ้างอิงจาก The bangkokinsight.com

ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 136 ราย ยอดรวมสะสม 1,524 ราย เสียชีวิต 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 9 ราย กลับบ้าน 16 ราย สรุปมีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 127 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,388 ราย

จากตัวเลขที่ปรากฎว่าทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยผู้ป่วยรายใหม่ 136 ราย กระจายอยู่ใน 18 จังหวัด มากสุดอยู่ในกรุงเทพฯ 80 ราย รองลงมาจังหวัดเชียงใหม่ 9 ราย สมุทรปราการ 7 ราย ภูเก็ต 6 ราย ชลบุรี และนครสวรรค์จังหวัดละ 3 ราย เป็นต้น

ยังพบผู้ป่วยรายใหม่อยู่ในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับขนส่งสาธารณะ ทั้งรถแท็กซี่ , รถเมล์, รถบัส, รถตู้, รถไฟฟ้า, เรือ, เครื่องบิน ต่อเนื่อง จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ คนขับ ผู้โดยสาร พนักงานอื่นๆ

โดยผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 30 มีนาคม 2563 พบมี การแพร่กระจายไปถึง 60 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศแล้ว โดย จังหวัดลำพูน เป็นจังหวัดล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19

ภาคกลาง มีผู้ติดเชื้อรวมสูงถึง 909 ราย กรุงเทพฯมีถึง 721 ราย รองลงมา นนทบุรี 73 ราย สมุทรปราการ 41 ราย ปทุมธานี 15 ราย แต่ละจังหวัดมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ภาคใต้ มีผู้ติดเชื้อรวม 189 ราย โดยจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 49 ราย รองลงมายะลา 42 ราย และปัตตานี 33 ราย

ภาคอีสาน มีผู้ติดเชื้อรวม 73 ราย จังหวัดอุบลราชธานีมีผู้ติดเชื้อมากสุด 12 ราย นครราชสีมา 11 ราย บุรีรัมย์ 10 ราย

ภาคตะวันออก มีผู้ติดเชื้อรวม 59 ราย จังหวัดชลบุรีมีผู้ติดเชื้อมากสุด 39 ราย รองลงมาฉะเชิงเทรา 7 ราย

ภาคเหนือ มีผู้ติดเชื้อรวม 36 ราย จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 21 ราย รองลงมา เชียงรายและแม่ฮ่องสอนจังหวัดละ 4 ราย

- สั่งตัดงบทุกกระทรวง10% กองรวมงบกลาง ให้นายกฯใช้สู้โควิด เล็งออกพ.ร.ก.กู้เงิน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อรายงาน มาตรการชุดที่ 3 ที่เป็นมาตรการชุดใหญ่ที่จะช่วยเยียวยา และดูแลระบบเศรษฐกิจไทยในช่วงเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของทุกกระทรวง10 % มาไว้ในงบกลางฯ เพื่อให้นายกฯใช้ในสิ่งที่มีความจำเป็นเพื่อรองรับการแก้ปัญหาโควิด-19

- โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีการนำเสนอข้อมูลในช่วงวันเสารีที่ 21 มีนาคม 2563 เทียบกับวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 พบว่า การเดินทางทางบอกด้วยรถโดยสารประจำทาง ลดลง 45.58 % ถนนส่วนบุคคลลดลง 41.33 % รถไฟฟ้า ลดลง 58.63 % รถไฟระหว่างเมือง ลดลง 64.67 % และทางน้ำลดลง 40 % จึงต้องขอความร่วมมือมากยิ่งขึ้น เพราะต้องได้ประมาณ 90 %ถึงจะได้ผลในการทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลง ปัจจุบันทำได้เพียงเฉลี่ย 40 %เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถลดกาแรพร่ระบาดลงได้ รักษาระยะห่างแค่67%

- ด่วน! ‘ทอท.’ ยื่นเรื่องเตรียมชัตดาวน์ ‘สนามบินภูเก็ต’ คาดมีผล 10 เม.ย.

“ทอท.และจังหวัด” ยื่นเรื่องขอชัตดาวน์ “สนามบินภูเก็ต” ระหว่างวันที่ 10-30 เม.ย.นี้ สกัดไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ล่าสุดบรรยากาศเงียบเหงา เที่ยวบินเหลือ 111 ไฟลท์ ผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้าเหลือ 2 คน แต่ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” รับรองคน ทอท. ไม่ตกงาน

- โรงแรมเอวาซอน หัวหิน ที่ดำเนินกิจการโดย บริษัท ปราณบุรี บีช รีสอร์ท จำกัด ประกาศปิดกิจการตั้งแต่ 30 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

- “กรมขนส่งทางบก” สั่งงดเดิน “รถโดยสาร” ข้ามเขตใน 4 จังหวัดภาคใต้ “ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส-ภูเก็ต” ตั้งแต่วันนี้ (30 มี.ค.) เป็นต้นไป หลังไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก จนทางจังหวัดสั่งระงับการเดินทางเข้าออกพื้นที่

- ‘ลาว’ ล็อกดาวน์ทั้งประเทศถึง 19 เม.ย.

ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว ออกคำสั่งว่าด้วยมาตรการสกัดกั้น การระบาด ควบคุม และเตรียมความพร้อมรอบด้านเพื่อต้านไวรัสโควิด-19 มีผลตั้งแต่วันที่ 1-19 เมษายน 2563 นี้ รวมถึง ห้ามเดินทางโดยไม่จำเป็น และให้ปิดสถานที่ต่างๆ ทั้งของภาครัฐ และเอกชน ให้เหลือไว้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com