• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2563

    4 มีนาคม 2563 | Economic News


สถานการณ์ไวรัสโคโรนา


Ø จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกล่าสุดอยู่ที่ 92,880 ราย

Ø จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกล่าสุดอยู่ที่ 3,168 ราย

Ø จำนวนประเทศติดเชื้อทั่วโลกล่าสุดอยู่ที่ 80 ประเทศ

- เฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ย 0.5% ต่อสู้การชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากไวรัสโคโรนา

นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด กล่าวให้หลังจากที่มีการจัดประชุมฉุกเฉิน โดยระบุถึงความเสี่ยงของแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่จะเลือกดำเนินการ พร้อมทำการหั่นดอกเบี้ยลง 0.5% สู่กรอบ 1%-1.25% และถือเป็นการตัดสินใจดำเนินการหลังประชุมฉุกเฉินครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินเมื่อเดือนธ.ค. ปี 2008

โดยแนวโน้มของความเสี่ยงที่เข้ามาทำให้เฟดตัดสินใจดำเนินการดังกล่าว โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้าการแพร่ระบาดค่อนข้างกระจายวงกว้าง และอาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเผชิญกับความเสี่ยงในระดับสูง และสถานการณ์ดังกล่าวก็ดูจะยังไม่คลี่คลาย


อย่างไรก็ดี นายทรัมป์ ทวิตเตอร์ข้อความที่ระบุว่า การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดที่เกิดขึ้นยังคงไม่เพียงพอ แม้ว่านายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯจะกล่าวแสดงความยกย่องในการตัดสินใจของเฟดเวลานี้

- โอกาสเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาทั่วโลกอยู่ที่ 3.4% สูงกว่าที่ WHO คาด

องค์กรอนามัยโลกหรือ WHO ประกาศว่าโอกาสเสียชีวิตจากการเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบันอยู่ที่ 3.4% ทั่วโลก มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% เทียบกับโอกาสเสียชีวิตจากไข้หวัดตามฤดูกาลที่มีโอกาสเสียชีวิตอยู่ที่ 1%

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทาง WHO ระบุว่าโอกาสเสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 อาจแกว่งอยู่ระหว่าง 0.7 – 4% ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขในแต่ละประเทศ เทียบกับในช่วงของการระบาดแรกๆที่นักวิจัยประเมินว่ามีโอกาสเสียชีวิตอยู่ที่ราวๆ 2.3%

- WHO เตือน อุปกรณ์ทางการแพทย์อาจไม่เพียงพอรับมือไวรัสโคโรนา

WHO ยังได้กล่าวเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และการขึ้นราคาของอุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัส ท่ามกลางการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัส จึงเรียกร้องให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเร่งอัตราการผลิตขึ้นอย่างน้อย 40%

- ธนาคารกลางโลก (World Bank) ตัดสินใจอนุมัติเงิน 1.2 หมื่นล้านเหรียญ เข้าสู่ตลาดการเงินเป็นการฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศที่กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัส

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟ และ World Bank ได้ระบุไว้เมื่อวานนี้ถึงความพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศสมาชิกภายใต้ข้อตกลงที่ประสบปัญหาไวรัสโคโรนา อันรวมไปถึงการระดมทุนฉุกเฉินด้วย

- กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯเปิดเผยรายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดในสหรัฐฯอยู่ที่ 9 ราย และยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมาที่ 118 ราย โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดค่อนข้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว และหน่วยงานด้านสุขภาพก็หาวิธีรับมืออย่างเข้มงวดในขณะนี้

- นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บริจาคเงินเดือนในช่วงไตรมาสที่ 4/2019 ให้แก่กระทรวงสุขภาพและสวัสดิการ เพื่อใช้สนับสนุนการยับยั้งและต่อสู้กับไวรัสโคโรนา ขณะที่ทำเนียบขาวเผยว่า ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่นายทรัมป์มักนำเงินเดือนของตนมาใช้ช่วยเหลือทุกกรณีที่เกิดปัญหาฉุกเฉินด้วย ซึ่งนายทรัมป์จะมีรายได้ต่อปีที่ 400,000 เหรียญ


· ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังเฟดตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบนอก โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าทำต่ำสุดใหม่รอบ 6 สัปดาห์ที่ 96.926 จุด โดยร่วงลงจากรัดบ 96.991 จุดในช่วงต้นตลาดหรือปรับลงกว่า 0.55%

การประชุมเฟดเกิดขึ้นหลังการประชุม G7 เมื่อวานนี้ โดยทุกฝ่ายระบุถึงการจะใช้เครื่องมือทางการเงินและนโยบายที่เหมาะสมทุกรูปแบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่แข็งแกร่ง เสถียรภาพด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และการป้องกันภาวะความเสี่ยงขาลงจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนา

ค่าเงินเยนมีการปรับแข็งค่าจากกลุ่มนักงทุนที่ยังวิตกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสดังกล่าว และมีแนวโน้มที่เงินเยนจะยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจแก่นักลงทุนอยู่ในเวลานี้ ขณะที่ค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นได้จากความหวังที่ว่าเฟดจะสามารถปรับลดดอกเบี้ยลงได้มากกว่าอีซีบี

เมื่อวานนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียหรือ RBA ก็มีการประกาศปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ตามตลาดคาด

ค่าเงินปอนด์ปรับแข็งค่าขึ้น 0.547% หลังจากที่อังกฤษมีการหารือทางการค้าร่วมกับอียู ขณะที่ตลาดคาดหวังว่าบีโออีจะทำการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา

· ราคาน้ำมันดิบปิดปรับขึ้นเมื่อวานนี้และเป็นการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วตอบรับการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยอย่างเหนือความคาดหมายของเฟด

อย่างไรก็ดี ผู้อำนวยการด้านสัญญาพลังงานอนุพันธ์จาก Mizuho ประจำนิวยอร์ก กล่าว่า การที่เฟดตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ย 0.50% แม้จะช่วยหนุนราคาน้ำมัน แต่บรรดาเทรดเดอร์ก็ยังมีมุมมองที่ว่าการที่เฟดส่งสัญญาณดังกล่าวเรียกได้ว่าสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นดูจะรุนแรงกว่าที่เราคิด

น้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 43 เซนต์ หรือ +0.9% ที่ 47.18 เหรียญ/บาร์เรล ทางด้านน้ำมันดิบ Brent ปิดปรับลง 17 เซนต์ ที่ 51.73 เหรียญ/บาร์เรล

โดยภาพรวมราคาน้ำมันทั้งสองชนิดปิดปรับขึ้นได้กว่า 3% ในช่วงระหว่างการซื้อขายต้นตลาด


 
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com