• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2562

    4 ธันวาคม 2562 | SET News



· ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดปรับตัวลงขานรับแรงกดดันจากนายทรัมป์ที่จะเลื่อนข้อตกลงกับจีนออกไปในช่วงหลังเลือกตั้งปีหน้า โดยหุ้นออสเตรเลียอย่าง S&P/ASX200 ปรับตัวลงไปกว่า 1.58% ปิดที่ 6,606.5 จุด ขณะที่ BHP ปิด -2.49% ท่ามกลางข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจออสเตรเลียที่ขยายตัวได้ 1.7% เมื่อเทียบรายปี ในไตรมาสที่ 3/19

ดัชนีนิกเกอิปิด -1.05% ที่ 23,135.23 จุด ขณะที่ Topix ปิด -0.2% ที่ 1,703.27 จุด ทางด้านตลาดหุ้นจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตปิด -0.23% ทางด้านเสิ่นเจิ้นปิด +0.31% และ HSI ปิด -1.16%

ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิด -0.73% ที่ 2,068.89 จุด ทางด้านภาพรวมดัชนี MSCI ที่ไม่รวมญี่ปุ่นเปิด -0.84%

· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงอย่างหนัก หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งสัญญาณถึงโอกาสที่ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนอาจเลื่อนออกไปเป็นหลังการเลือกตั้งปีหน้า และความกังวลต่อการผลักดันร่างกฏหมายคุ้มครองชาวอุยกูร์ในประเทศจีนของสหรัฐฯ ว่าอาจเป็นอีกปัจจัยที่กดดันโอกาสเกิดข้อตกลงการค้า

ทั้งนี้ ดัชนี Nikkei ปิด -1.05% ที่ระดับ 23,135.23 จุด ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยราย 25 วัน ที่ 23,255 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน

ขณะที่ดัชนี Topix ปิด -0.2% ที่ระดับ 1,703.27 จุด เดือน

ผู้บริหาร Fukoku Capital มีมุมมองว่า ร่างกฏหมายคุ้มครองชาวอุยกูร์น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นตลาด มากกว่าร่างกฏหมายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเสียอีก

· ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ตลาดกำลังจับตาสถานการณ์การเจรจาการค้าหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งสัญญาณถึงโอกาสที่ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนอาจเลื่อนออกไปเป็นหลังการเลือกตั้งปีหน้า โดยดัชนี Stoxx 600 เปิด +0.1% ท่ามกลางหุ้นส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวแดนบวก

อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างติดลบ โดยเฉพาะตลาดในแถบเอเชียเหนือปรับลงไปค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯ เป็นการ Panic ประเด็นสงครามการค้าหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำข้อตกลงการค้าอาจล่าช้าไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.63 ทำให้มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มอิเลคทรอนิกส์ ก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

- นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดว่า ทิศทางเศรษฐกิจในปี 63 น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้หลังจากชะลอตัวมากในปีนี้ เนื่องจากภาครัฐจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 ซึ่งจะทำให้มีการลงทุนในโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ขณะที่นักธุรกิจจะเริ่มลงทุนจริงหลังได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ส่วนการค้าขายสินค้าในกลุ่ม CLMV ยังพอไปได้ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การท่องเที่ยวยังเติบโตได้ดีตามที่คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com