· ราคาทองคำวันศุกร์ปรับสูงขึ้น เนื่องจากตลาดกำลังรอความชัดเจนของการเจรจาการค้าระหว่งาสหรัฐฯ-จีน หลังจากจีนส่งสัญญาณเตือนสหรัฐฯว่าจะมี “มาตรการตอบโต้” หลังการลงนามร่างกฏหมายสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกง
ราคาทองคำปิด +0.4% ที่ระดับ 1,463.59 เหรียญ แต่ในภาพรวมรายเดือน พ.ย. ปรับลดลง 3.3% ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปี 2018
ด้านราคาสัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ม.ค. ปิด +0.6% ที่ระดับ 1,470.20 เหรียญ
· กองทุน SPDR เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมาทำการเทขายทองคำ 0.88 ตัน โดยปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 895.6 ตัน
· นักวิเคราะห์จาก RJO Futures มีมุมมองว่า การประกาศเตือนว่าจะมีมาตรการตอบโต้จากจีน ได้ทำให้โอกาสที่ทั้งสองประเทศจะสามารถหาข้อตกลงการค้าได้ลดน้อยลงไป จึงทำให้ตลาดมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
· ราคาทองคำในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงปัจจุบันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นได้ 13.5% ซึ่งนับเป็นปีที่ราคาปรับขึ้นได้มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 ท่ามกลางแรงหนุนจากสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
· นักวิเคราะห์จาก UBS มองว่า หากราคายืนเหนือ 1,450 เหรียญได้อย่างแข็งแกร่ง จะทำให้มีแรงเข้าซื้อกลับเข้ามามากขึ้น เนื่องจากเป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับการเข้าซื้อเก็บ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก RJO Futures มองว่า เนื่องจากตลาดมีมุมมองที่ลดลงต่อการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ราคาทองคำจึงมีโอกาสจะปรับลดลงมาที่ระดับ 1,425 เหรียญภายในสิ้นปีนี้
· ราคาซิลเวอร์ปรับสูงขึ้น 0.8% ที่ระดับ 17.01 เหรียญ ราคาแพลทินัมปรับลดลง 0.7% ที่ระดับ 895.25 เหรียญ ส่วนราคาพลาเดียมทรงตัวที่ระดับ 1,840.52 เหรียญ