• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562

    26 พฤศจิกายน 2562 | SET News
 

· ดัชนีหุ้นหลักสหรัฐฯปรับตัวขึ้นต่อทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางสัญญาณความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่อาจช่วยสงบศึกการค้าเป็นการชั่วคราวได้ จึงช่วยหนุนความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนในตลาด โดยดัชนีดาวโจนส์ปิด +189.77 จุด หรือ +0.68% ที่ระดับ 28,065.39 จุด

ดัชนี S&P500 ปิด +0.75% ที่ 3,133.58 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิด +1.32% ที่ 8,632.49 จุด

· ตลาดหุ้นเอชียเปิดปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปิดปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีนิกเกอิเช้านี้เปิด +0.83% ขณะที่ดัชนี Topix เปิด +0.65% ทางด้าน Kospi ของเกาหลีใต้เปิด +0.22% ในขณะที่ S&P/ASX200เปิด +0.68%

ภาพรวมดัชนี MSCI ที่ไม่รวมญี่ปุ่นเปิด +0.19%

· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

-นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.15-30.30 บาท/ดอลลาร์ โดยตลาดยังรอดูความชัดเจนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะด้านการเมืองแทบไม่มีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในช่วงนี้แต่อย่างใด

-รมว.คลังไทย เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ประกอบด้วย มาตรการ 3 ด้าน โดยเป็นมาตรการที่ต่อเนื่องกับชุดกระตุ้นมาตรการกระตุ้นที่ออกไปก่อนหน้านี้ เพื่อดูแลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีไทย ยืนยันว่า การทำงานของรัฐบาลยังเดินหน้าไปด้วยกัน เพียงแต่แต่ละกระทรวงจะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจในส่วนที่รับผิดชอบ ซึ่งกระทรวงการคลังคงไม่ได้ไปทำในเรื่องการส่งออก เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือกันตลอดเวลากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ทั้งเรื่องการส่งออก, ค่าครองชีพ, การเบิกจ่ายของภาครัฐ และการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นจำเป็นที่เครื่องยนต์เหล่านี้ต้องเดินไปข้างหน้าทุกตัว

-กระทรวงการคลังไทย คาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดการจัดตั้งกองทุนที่จะมาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ทันก่อนสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.),กรมสรรพากร, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว

-ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงทิศทางและแผนยุทธศาสตร์ของ ธปท.ใน ปี 63-65 ว่า ในระยะ 3 ปีข้างหน้าจากนี้ไป ธปท.จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ เพราะเป็นช่วงของ "ธนาคารกลางท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง" หรือCentral banking in a transformative world โดยมีพันธกิจหลัก คือ การมุ่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่มีเสถียรภาพ และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและทั่วถึง

-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าสินเชื่อบางประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล น่าจะยังขยายตัวสูงในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี และน่าจะมีภาคธุรกิจบางส่วนทยอยเบิกใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่เนื่องจากสินเชื่อในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมาขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ประกอบกับภาพเศรษฐกิจในปีหน้ายังไม่มีปัจจัยสนับสนุนที่เด่นชัดนัก ทำให้คาดว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจและเอสเอ็มอีในปีนี้ จะขยายตัวในกรอบที่ต่ำกว่าที่คาด ซึ่งย่อมมีผลทำให้ภาพรวมสินเชื่อทั้งปี 2562 อาจขยายตัวได้ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ 4.0% สอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้ที่ชะลอตัวลงจากปีก่อน

-สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 3 ปี 2562 ระบุว่า ผู้มีงานทำลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยภาคเกษตรมีการจ้างงานลดลง 1.8% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 จากปัญหาภัยธรรมชาติ และการจ้างงานภาคนอกเกษตรลดลง 2.3% ตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการหดตัวของการส่งออก

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com