• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

    21 พฤศจิกายน 2562 | SET News
 



· ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องข้อตกลงการค้าเฟสแรกของสหรัฐฯและจีนที่อาจไม่เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในปีนี้ ขณะที่รายงานประชุมเฟดมีสัญญาณเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 113.74 จุด หรือ -+0.41% ที่ 27,820.28 จุด ในขณะที่ดัชนี S&P500 ปิด -0.38% ที่ 3,108.39 จุด และ Nasdaq ปิด -0.51% ที่ 8,526.73 จุด

ก่อนตลาดจะปรับตัวลง ในช่วงแรกมีการปรับขึ้นขานรับความหวังต่อข้อตกลงการค้าและรายงานผลประกอบการ Q3/2019 ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนหลักของการที่เราเห็นดัชนีสหรัฐฯปรับขึ้นทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตลอดทั้งเดือน

รายงานประชุมเฟดเมื่อคืนนี้มีสัญญาณเล็กน้อยถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองการตัดสินใจของเฟดต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณถึงการยุติการลดดอกเบี้ย หลังในเดือนต.ค. ได้ประกาศปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของปีนี้

· หุ้นยุโรปปิดลบหลังนายทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีจีนหากยังตกลงกันไม่ได้ โดยดัชนี Stoxx600 ปิด -0.3% ท่ามกลางหุ้นการท่องเที่ยวปิด -1% และหุ้นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับจีน -0.4%

· ตลาดหุ้นเอเชียเปิดแดนลบ ภายหลังจากรายงานที่ว่าข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐฯ-จีนอาจไม่เกิดขึ้นภายในปีนี้

โดยดัชนี Nikkei เปิด -0.24% นำโดยหุ้น Tokyo Electron ที่ร่วงกว่า 2% ด้านดัชนี Topix เปิดลบเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี Kospi เปิด -0.19%

ในภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลง 0.16%

อ้างอิงสำนักข่าวอินโฟเควสท์

-นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.15-30.25 บาท/ดอลลาร์

-ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 7/2562 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62 ซึ่งคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลงส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ด้านเสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

-ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนต.ค.62 อยู่ที่ระดับ 91.2 ปรับตัวลดลงจาก 92.1 ในเดือนก.ย.62 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่มิ.ย.61

-โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มีแนวคิดการปรับคณะรัฐมนตรีหรือทีมเศรษฐกิจ

-ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นัด 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาร่วมทำ Workshop ในวันที่ 27 พ.ย.นี้เพื่อแก้ไขปัญหา การส่งออกและการปรับตัวรับสถานการณ์ค่าเงินบาท

-รมว.คลัง เปิดเผยในงานสัมมนา "EEC NEXT : ทุนไทย-เทศ ปักหมุด"ว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้าดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งภาครัฐมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานและทำแพ็คเกจที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC มากขึ้น

-กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบ ซึ่งจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม และจะกระจายไปหลากหลายกลุ่มจากที่ได้ออกมาตรการชิมช้อปใช้ และการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ออกไปแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบใดจะเหมาะสม ซึ่งเมื่อดำเนินการไปแล้วจะต้องเกิดผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมสามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งหากพิจารณาแล้วเหมาะสมก็จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนสิ้นปีนี้

-ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดสมาชิกภาพสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตั้งแต่วันที่ศาลฯ มีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 23 พ.ค.62 เนื่องจากเห็นว่านายธนาธร ยังคงถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดียซึ่งเป็นธุรกิจสื่อมวลชน ในวันที่พรรคอนาคตส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แม้ว่านายธนาธรจะชี้แจงว่ามีการโอนหุ้นไปแล้ว แต่ปรากฎหลักฐานที่มีพิรุธหลายอย่างที่ผิดปกติ


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com