• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2562

    10 ตุลาคม 2562 | Economic News
· ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แข็งค่าหลังมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ระบุว่า สหรัฐฯกำลังพิจารณาเสนอข้อตกลงด้านอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกับจีน ซึ่งอาจช่วยให้กำหนดการขึ้นภาษีในสัปดาห์ถูกเลื่อนออกไปได้

· ขณะที่นักวิเคราะห์จาก MUFG มีมุมมองว่า ข้อตกลงด้านสกุลเงิน หากประสบความสำเร็จ จะช่วยเปิดทางไปสู่การทำข้อตกลงอื่นๆที่สำคัญยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาหรือการบังคับโอนเทคโนโลยี ประกอบกับรายงานที่ว่า จีนได้เสนอจะเข้าซื้อสินค้าการเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นก่อนหน้าการเจรจา จึงถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี

· ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า 0.3% เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์แถว 98.845 จุด ขณะค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ด้านค่าเงินหยวนแข็งค่า 0.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์แถว 7.1145 หยวน/ดอลลาร์

ขณะที่ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.3% แถว 1.2241 ดอลลาร์/ปอนด์ แต่ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็น Brexit

· นักวิเคราะห์จาก Danske Bank แนะนำให้นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างตัวแทนจากสหรัฐฯและจีน ที่มีกำหนดการเจรจาภายในวันนี้จนถึงพรุ่งนี้ โดยจะเป็นการเจรจาในระดับ High-level รอบที่ 13

ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีโอกาสค่อนข้างดีที่จะเห็นข้อตกลงชั่วคราวระหว่างทั้งสองฝ่าย เมื่อพิจารณาจากรายงานข่าวเมื่อวานนี้ ที่ทางรัฐบาลจีนระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะทำข้อตกลงบางส่วนกับสหรัฐฯ แม้จะเผชิญการลงบัญชีดำอยู่ก็ตาม ขณะที่ทางสำนักข่าว Financial Times ระบุว่า จีนได้เสนอจะเข้าซื้อเมล็ดถั่วเหลืองของสหรัฐฯเป็นปริมาณ 10 ล้านตัน แลกกับการที่สหรัฐฯยกเลิกภาษี แม้จะยังไม่มีความแน่นอนว่าผลลัพธ์ของการเจรจาจะออกมาในลักษณะใด แต่น่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นภายในวันศุกร์นี้

อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าจับตาคือ รายงานการประชุมอีซีบี ที่น่าจะเห็นความแตกแยกภายในคณะกรรมการอีซีบี โดยเฉพาะหลังการจากลาออกของนาง Sabine Lautenschläger หนึ่งในสมาชิกบอร์ดบริหาร รวมถึงในช่วงที่ผ่านมา นายฟิลลิป เลน หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยมุมมองว่า ทางอีซีบียังไม่ได้ประกาศนโยบายผ่อนคลายแบบจริงๆจังๆ จึงเชื่อว่าทางอีซีบีจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีก



สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้ ต้องจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer price index) ที่คาดว่าจะออกมาทรงตัวตามคาดการณ์ส่วนใหญ่ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะออกมาในระดับต่ำที่ราวๆ 220,000 ตำแหน่ง บ่งชี้ถึงการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจจะมีความเสี่ยงของการชะลอตัวก็ตาม

ส่วนประเด็น Brexit ภายในวันนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีกำหนดการจะพบกับนายลีโอ วาราดคาร์ นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ แต่ในภาพรวมโอกาสจะเกิดข้อตกลง Brexit มีอยู่ในระดับต่ำ ส่วนโอกาสที่ Brexit จะเลือกออกไป กับการเลือกตั้งในอังกฤษครั้งใหม่กับมีสูงขึ้น

· นักวิเคราะห์จาก TD Securities มีมุมมองเกี่ยวกับรายงานการประชุมเฟดที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า เป็นการชี้ให้เห็นถึงความแตกแยกของเฟดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย Dot plot บ่งชี้ว่า บรรดาคณะกรรมการเฟดได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 3 กลุ่มในเรื่องของการปรับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งรวมถึงกลุ่มไม่สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในกาประชุมครั้งที่ผ่านมาด้วย

ขณะที่มุมมองโดยรวมของคณะกรรมการเฟด จะยังคงมองทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐฯไปในเชิงบวก แต่ก็ตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศที่ยังยืดเยื้

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อแนวคิดสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟดจะยังขึ้นอยู่กับการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อเช่นเดิม แต่ในรายงานก็บ่งชี้ว่า คณะกรรมการกำลังพิจารณาวิธีส่งสัญญาณระงับการผ่อนคลายนโยบายให้กับตลาดด้วยเช่นกัน แต่ในมุมมองของ TD Securities แล้ว เชื่อว่าเฟดยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้อยู่

· ตัวแทนเจรจาการค้าระดับสูงจากสหรัฐฯและจีนจะมาเจรจาร่วมกันในวันนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือ น มิ.ย. โดยหากการเจรจาครั้งนี้ไม่สามารถหาความคืบหน้าครั้งสำคัญได้ สหรัฐฯจะเดินหน้าปรับขึ้นภาษีมูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญในวันที่ 15 ต.ค. นี้

โดยนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีน เป็นผู้นำทีมเจรจาเดินทางมายังกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ขณะที่ทางสหรัฐฯมีผู้นำการเจรจาคือนายโรเบิร์ต ไรท์ไฮเซอร์ ตัวแทนการค้าสหรัฐฯ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศก่อนหน้าการเจรจาค่อนข้างเป็นไปในเชิงลบ หลังจากที่เมื่อวานสหรัฐญประกาศขึ้นบัญชีดำหน่วยและบริษัทของจีน 28 แห่งทั้งบริษัทด้านเทคโนโลยี กล้องวงจรปิด และด้านความปลอดภัย จากกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ซินเจียงของจีน รวมถึงการระงับวีซ่าของเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ หากการเจรจาครั้งนี้ประสบความล้มเหลว สินค้าเกือบทุกรายการที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นภายในวันที่ 15 ธ.ค. เป็นมูลค่ารวมมากกว่า 5 แสนล้านเหรียญ

· รายงานจาก The New York Times ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพิจารณาอนุมัติให้บริษัทสหรัฐฯสามารถขายสินค้าที่ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงให้กับ Huawei ได้ หลังจากที่ทางทำเนียบขาวประกาศแบนการค้าขายร่วมกับ Huawei ไปเมื่อต้นปีนี้ เนื่องความกังวลว่าสินค้าของ Huawei อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

· รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ทางทำเนียบขาวแห่งสหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อตกลงด้านสกุลเงินร่วมกับจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามหาข้อตกลงเบื้องต้นที่อาจช่วยให้การขึ้นภาษีสัปดาห์หน้าถูกเลื่อนออกไปได้

· นายวิลบอร์ รอส รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯไม่ได้ต่อต้านการค้าร่วมกับจีน แต่เนื่องจากการปฏิบัติการทางการค้าของจีนย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ทางสหรัฐฯจึงจำเป็นต้องออกมาตรการกดดันจีน เพื่อให้จีนตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ถ้าเป็นไปได้ ทางสหรัฐฯก็ไม่ได้ต้องการใช้มาตรการขึ้นภาษี แต่การขึ้นภาษีเป็นวิธีเดียวที่สามารถเตือนให้จีนตะหนักถึงสิ่งที่สหรัฐฯกังวล

การปฏิบัติทางการค้าที่จีนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม คือการที่พวกเขาทุ่มซื้อสินค้าที่เป็นส่วนเกินของการผลิตเป็นปริมาณมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการโยกย้ายตลาดครั้งใหญ่ตามมา โดยหากจีนสามารถปฏิบัติตามกฏหมายการค้าได้ ทุกๆประเทศก็จะได้ผลประโยชน์กันถ้วนหน้า

· รายงานจาก Reuters ระบุว่า รัฐบาลจีนได้ลดความคาดหวังว่าจะสามารถหาข้อตกลงการค้าร่วมกับสหรัฐฯในการเจรจารอบนี้ลง หลังจากที่สหรัฐฯได้ประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนไปเมื่อวันก่อน แม้ทางนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะออกมากล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อโอกาสเกิดข้อตกลงก็ตาม

· ยอดส่งออกของเยอรมนีปรับลดลงมากกว่าที่คาดในเดือน ส.ค. จึงยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซนกำลังเข้าภาวะถดถอย

โดยยอดส่งออกเดือน ส.ค. ปรับลดลง 1.8% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.0% และยังเป็นอัตราชะลอตัวที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.5% ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าปรับลดลงมาที่ระดับ 1.81 หมื่นล้านยูโร

· นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังแห่งฝรั่งเศส ระบุว่า อียูจะออกมาตรการคว่ำบาตรสินค้าจากสหรัฐฯ หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นการจ่ายเงินสนับสนุนให้กับอุตสาหกรรมการบินในประเทศได้

· รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจแห่งญี่ปุ่น ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่สามารถฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืดได้อย่างเต็มที่ แต่เศรษฐกิจก็กำลังฟื้นตัวออกจากภาวะดังกล่าว และมีการฟื้นตัวที่ต่อเนื่อง โดยทางรัฐบาลและบีโอเจจะร่วมมือกันเพื่อรักษาการฟื้นตัวดังกล่าวต่อไป

ด้านรองผู้ว่าบีโอเจ ได้กล่าวว่า นโยบายผ่อนคลายทางการเงินได้ช่วยกระตุ้นทั้งปริมาณอุปสงค์ในเงินทุน รวมถึงการใช้จ่ายของภาคเอกชน แต่ถึงแม้ทางบีโอเจจะมีการใช้นโยบายผ่านคลายทางการเงินแบบพิเศษมานับตั้งแต่ในปี 2013 โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ -0.10% และเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ 0.00% แต่อัตราเงินเฟ้อของประเทศก็ยังคงห่างไกลจากเป้าหมายของบีโอเจที่ 2%

· รายงานจาก Reuters ระบุว่า ระบบรถไฟใต้ดินของฮ่องกงที่เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการ จะหยุดให้บริการเร็วกว่าเดิมภายในวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการซ่อมแซมต่อได้ ขณะที่เมืองฮ่องกงยังคงเฝ้าระวังการเดินขบวนประท้วงที่มีแนวโน้มดำเนินต่อตลอดทั้งสัปดาห์นี้

· ราคาน้ำมันปรับลดลง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าจะเห็นข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนจากการเจรจารอบนี้ที่ตกต่ำลง จึงยิ่งส่งผลต่อความกังวลเกี่ยวกับปริมาณอุปสงค์ในน้ำมันที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้

โดยราคาสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลง 0.2% แถว 58.23 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 0.2% แถว 52.47 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com