• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2562

    10 ตุลาคม 2562 | Economic News
 


· ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าไปทำระดับสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับค่าเงินเยน ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ล่าสุดทรงตัวที่ 99.027 จุด หลังจากที่บางช่วงของเมื่อวานลงไปทำต่ำสุดแถว 99 จุด จากตลาดที่ตอบรับกับความคาดหวังที่จะเห็นแนวทางการแก้ปัญหาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังจากมีรายงานว่าจีนยังคงเปิดกว้างต่อการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ


รายงานจาก Financial Times กล่าวว่า ทางการจีนมีการยื่นข้อเสนอในการจะเข้าซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯรายปีเพิ่ม จึงดูเหมือนทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะหาทางแก้ไขปัญหาทางการค้าได้


นายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีน มีกำหนดการถึงจีนเพื่อเจรจาการค้าใหม่ในวันนี้ และสิ้นสุดประชุมในวันพรุ่งนี้


ค่าเงินเยนปรับอ่อนค่าลง 0.43% ที่ระดับ 107.53 เยน/ดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมีท่าทีเฝ้าระวังต่อ Trade War หลังมีสัญญาณเชิงบวกเพิ่มขึ้น


· ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากที่ปรับแข็งค่าในช่วงต้นตลาดหลังจากที่พรรคของไอร์แลนด์เหนือให้การสนับสนุนรัฐบาลอังกฤษ โดยกล่าวย้ำถึงความไม่เห็นด้วยต่อรายงานของอียูที่พร้อมจะทำการประนีประนอมในการเจรจาประเด็น Brexit โดยจะอนุญาตให้รัฐสภาของไอร์แลนด์เหนือมีสิทธิ์ตัดสินใจในการถอนตัวออกจากนโยบาย backstop หลังจากมีการแยกตัวออกจากอียูเป็นเวลาหลายปี


ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.05%ที่ระดับ 1.2211 ดอลลาร์/ปอนด์ หลังจากที่พุ่งขึ้นไปทำสูงสุดแถว 1.229 ดอลลาร์/ปอนด์


· นายไมเคิล บาร์เนีย เจ้าหน้าที่เจรจา Brexit ของทางอียู กล่าวว่า ข้อตกลง Brexit ร่วมกับทางอังกฤษก่อนวันที่ 31 ต.ค.นี้ ยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก และทางอียูก็ยังไม่สามารถยอมรับข้อเสนอล่าสุดจากทางอังกฤษได้

· รายงานจาก CNBC ระบุว่า จีนและสหรัฐฯจะทำการกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งในวันนี้ โดยนักกลยุทธ์บางส่วนมองว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุดคืออาจมีการเลื่อนขยายระยะเวลาการขึ้นภาษีรอบใหม่ แต่ก็ดูจะมีความหวังเพียงเล็กน้อย เพราะดูเหมือนทีมบริหารของนายทรัมป์น่าจะทำให้ความหวังในการเจรจาร่วมกันกับจีนลดน้อยลง และจะนำมาซึ่งโอกาสการขึ้นภาษีสินค้าจีนเพิ่มขึ้นก่อนสิ้นปีนี้ ท่ามกลางการหารือและทำข้อตกลงในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา, การถ่ายโอนเทคโนโลยีสำหรับการเจรจา

อย่างไรก็ดี การเจรจาระดับสูงในวาระนี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่จีนตอบโต้ด้วยการสั่งให้ทางการจีนระงับการถ่ายทอดการแข่งขันบาสเกตบอล NBA รวมทั้งงดการถ่ายทอดการแข่งขัน NBA ช่วงพรีซีซั่นทุกเกม หลังจากที่ผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Houston Rocket ทำการทวิตเตอร์ข้อความสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกง แม้ว่าล่าสุดผู้บริหารคนดังกล่าวจะออกมาขอโทษและลบข้อความทวิตเตอร์ไปแล้วก็ตาม


ขณะที่ในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯมีการขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเป็นจำนวน 28 แห่ง โดยอ้างเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชนต่อต้านความรุนแรงกับกลุ่มมุสลิมในมณทลซินเจียง

· รายงานจากรอยเตอร์ส ระบุว่า หากปราศจากสัญญาณที่ชัดเจนต่อการเจรจาการค้าครั้งนี้ ก็ดูเหมือนนายทรัมป์จะทำการขึ้นภาษีสินค้าจีนจาก 25% เป็น 30% มูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญในวันอังคารหน้า

· รายงานจาก South China Morning Post ชี้ว่า ในการประชุมระดับ Deputy Level ระหว่างวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯและจีนยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาใดๆเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดให้ความสนใจต่อการเจรจาระดับสูงต่อในวันนี้และวันพรุ่งนี้

· นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความเห็นว่าการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการคาระหว่างสหรัฐฯและจีนยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างดี ซึ่งพวกเราต่างก็ต้องการทำข้อตกลง และคาดจะเกิดข้อตกลงได้ รวมทั้งจีนก็ต้องการทำข้อตกลงมากกว่าทางเราด้วยเช่นกัน

· รายงานการประชุมเฟดประจำเดือนก.ย.ที่เปิดเผยเมื่อคืน กล่าวถึงการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวาระดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ของปีด้วยอัตรา 0.25% ซึ่งรายงานระบุว่า มีคณะกรรมการจำนวนน้อยลงที่มีมุมมองว่าตลาดอาจกำลังมีกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยมากเกินกว่าที่เฟดมองว่าจำเป็น

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่เฟดต้องปรับกระแสคาดการณ์ของตลาดให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินนโยบายของเฟดมากกว่าเดิม


ทั้งนี้ ในรายงานได้ระบุว่า ปัญหาด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบของการขึ้นภาษีที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ถือเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่บรรดาคณะกรรมการต่างมีความกังวลมากที่สุด ซึ่งปัญหาด้านการค้าถูกกล่าวถึงมากกว่า 28 ครั้งภายในเอกสารรายงาน

· ถ้อยแถลงของนายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด เมื่อคืนนี้ กล่าวถึงการที่เฟดได้รับการคุ้มครองจากสภาคองเกรส ให้เป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมืองในระยะสั้น ดังนั้น เฟดจึงมีความจำเป็นต้องอธิบายแนวทางการดำเนินนโยบายของพวกเขาให้ชัดเจน

ทั้งนี้ การคุ้มครองให้เฟดเป็นอิสระทางการเมืองในระยะสั้น จะกำหนดให้สมาชิกบอร์ดบริหารของเฟดแต่ละรายต้องดำรงตำแหน่งอย่างน้อย 14 ปี ซึ่งหมายความว่า เฉพาะประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอย่างน้อย 2 วาระ จะสามารถกำหนดเสียงส่วนมากในบอร์ดบริหารของเฟดได้ การคุ้มครองดังกล่าวจะรวมไปถึงประธานเฟดด้วยเช่นกัน โดยเมื่อประธานเฟดได้รับเลือกจากประธานาธิบดีและการยืนยันจากวุฒิสภา ประธานเฟดจะไม่สามารถถูกปลดออกจากตำแหน่งได้ แม้จะมีความขัดแย้งในการดำเนินนโยบายก็ตาม

· ยอดขายบ้านในอังกฤษปรับตัวลงจากความไม่แน่นอนว่า Brexit จะดำเนินไปทิศทางใด จึงยิ่งกดดันทำให้ภาพของตลาดที่อยู่อาศัยมีสัญญาณชะลอตัวเพิ่มมากขึ้น

โดยผลสำรวจล่าสุดจาก RICS กล่าวว่ายอดก่อสร้างบ้านใหม่ลดลงไปในเดือนที่แล้วด้วยอัตราที่เร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2016 ที่อังกฤษมีการจัดทำประชามติการออกจากอียูในเวลานั้น


ภาพรวมกลุ่มผู้ซื้อบ้านปรับตัวลดลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ประกอบกับยอดขายที่ออกมาย่ำแย่ลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนก.พ.

· ผลสำรวจ Tankan ของรอยเตอร์ส เผยว่า แนวโน้มภาคธุรกิจการผลิตของญี่ปุ่นออกมาแย่ลงในเดือนต.ค. ขณะที่ภาคบริการปรับตัวสูงขึ้นในรอบกว่า 3 เดือน และมีแนวโมจะอ่อนตัวลง ซึ่งจะยิ่งจุดประกายความกังวลว่าเราอาจเห็นญี่ปุ่นก้าวสู่ภาวะถดถอยได้

· รายงานจากรัฐบาลจีน ระบุว่า ยอดนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลงในช่วงวันหยุดประจำชาติหรือ Golden Week ของจีนระหว่าง 1-7 ต.ค. โดยจะเห็นว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนมีการปรับขึ้น 7% จากปีก่อนที่ระดับ 726 ล้านคน สู่ 782 ล้านคน ขณะที่ภาพรวมรายงานการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวปีที่แล้วพบว่าขยายตัวได้ประมาณ 9% ลดดลงจากปี 2017 ที่ 10%



ในส่วนของภาคค้าปลีกและอาหาร รวมทั้งเครื่องดื่มมียอดขายที่ 8.5% แตะระดับ 1.52 ล้านล้านหยวน (2.127 แสนล้านเหรียญ) ซึ่งดูเหมือนชะลอตัวลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัวได้ 10%

· ราคาน้ำมันดิบทรงตัวท่ามกลางตุรกีที่เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารโจมตีฐานที่มั่นกองกำลังชาวเคิร์ด ในซีเรีย ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการผลิตน้ำมันภายในประเทศ ขณะเดียวกันตลาดก็มีปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่าสหรัฐฯและจีนจะมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามการค้าที่เกิดขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent ปิดปรับขึ้น 22 เซนต์ ที่ระดับ 58.44 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ WTI ปิดปรับลง 4 เซนต์ ที่ระดับ 52.59 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com