• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2562

    14 มิถุนายน 2562 | Economic News

· กระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่มากขึ้น กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงจาก 2.127% สู่ระดับ 2.0979% เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้ภาพรวม Yield curve ลาดลงลึกขึ้นก่อนหน้าการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกคืนนี้

· ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากบรรดานักลงทุนลังเลที่จะเปิดสถานะใหญ่ๆก่อนหน้าการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า รวมถึงการประชุม G-20 ปลายเดือนนี้

โดยดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.05% แถว 97.00 จุดขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.12% แถว 1.1273 ดอลลาร์/ยูโร

· จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้นผิดคาด สู่ระดับ 222,000 ราย จากเดิม 219,000 ราย ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลว่า การจ้างงานของสหรัฐฯอาจกำลังชะลอตัวลง ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งได้แก่ Import Prices ที่ปรับลดลงด้วยอัตราที่มากที่สุดในรอบ 5 เดือน บ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังซบเซา จึงเป็นอีกปัจจัยที่หนุนกระแสคาดการณ์ว่าจะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้

· ดัชนี Business Conditions โดย Morgan Stanley ทีชี้วัดภาวะความเชื่อมั่นของตลาด ปรับร่วงลงมากถึง 32 จุดในเดือน มิ.ย. สู่ระดับ 13 จุด จากเดิมที่ระดับ 45 จุด ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นอัตราปรับร่วงลงรายเดือนที่มากที่สุดและยังเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงเกิดวิกฤติทางการเงิน

ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจเลวร้ายลงอย่างมาก นับตั้งแต่การประกาศตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาเพิ่มขึ้นเพียง 75,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ค. ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก และล่าสุดเมื่อคืนนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯยังปรับสูงขึ้นผิดคาด รวมถึงข้อมูลกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯที่ขยายตัวได้ด้วยอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 2 ปี เมื่อเดือนที่ผ่านมา

· การลงมติในรัฐสภาอังกฤษเพื่อคัดสรรผู้นำอังกฤษคนใหม่ เมื่อคืนนี้ นายบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและผู้ว่าเมืองลอนดอน ได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภามากที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้ง 10 คนตามคาด

โดยนายบอริสได้คะแนนเสียงไป 114 เสียง ตามมาโดย นายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้คะแนนเสียงไป 43 เสียง ขณะที่การลงคะแนนเสียงรอบต่อไปจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย. และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้ตัวผู้ชนะ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 22 ก.ค.

· สหรัฐฯกล่าวโทษอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 4% ขณะที่ตลาดเกิดความกังวลว่า การกล่าวโทษครั้งนี้ อาจกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดการปะทะครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน

· ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 4% ก่อนจะย่อตัวลงปิดตลาดในแดนบวกประมาณ 2.2% หลังเกิดเหตุการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำใกล้ชายฝั่งอิหร่านเมื่อวานนี้ ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในตะวันออกกลางครั้งใหม่ หลังเกิดเหตุการโจมตีในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนก่อน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด +2.2% ที่ระดับ 52.22 เหรียญ/บาร์เรล ระหว่างวันทำระดับสูงสุดที่ 53.45 เหรียญ/บาร์เรล

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิด +2.2% ที่ระดับ 61.31 เหรียญ/บาร์เรล ระหว่างวันทำระดับสูงสุดที่ 62.64 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com