• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2562

    5 มีนาคม 2562 | Economic News

· ค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง จากกลุ่มนักลงทุนที่ยังคงถกกันในประเด็นของสหรัฐฯและจีนที่มีการเคลื่อนไหวใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า ที่อาจสามารถยุติข้อขัดแย้งทางการค้าที่เป็นอุปสรรคทางการขยายตัวของทั้ง 2 ประเทศได้


โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยได้รับแรงหนุนที่เพิ่มมากขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ช่องว่างของผลตอบแทนอายุ 10 ปี ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและเยอรมนีกว้างถึง 257 basis point จากเดิมที่ 240 basis point ในช่วงเริ่มต้นปี


ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.12% ที่ระดับ 96.64 จุด ขณะที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น 0.08% ที่ 6.7097 หยวน/ดอลลาร์ ด้านค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลง 0.32% ที่ระดับ 1.1338 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วน คาดว่า การเจรจารอบใหม่ของทางอีซีบีในช่วงปลายสัปดาห์นี้อาจยิ่งหนุนค่าเงินดอลลาร์


· หัวหน้านักวิเคราะห์ค่าเงิน G10 ของ Credit Agricole กล่าวว่า อีซีบีอาจมีท่าทีผ่อนคลายทางการเงินมากกว่าที่ประเมินไว้สำหรับการประชุมอีซีบีในสัปดาห์นี้ และเชื่อว่าดรากี้ จะชะลอการดำเนินแนวทางใดๆ ก็อาจหนุนค่าเงินยูโรได้บ้าง


· นักกลยุทธ์ค่าเงินอาวุโสจาก DT Securities กล่าวว่า การเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ จะช่วยลดการฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องระวัง เพราะข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนอาจไม่เพียงพอจะช่วยหนุนกิจกรรมภาคธุรกิจที่กำลังชะลอตัวในยุโรปและตลาดเกิดใหม่ได้


· นายหลี เคอะเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน จีนกำหนดเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 6.0-6.5% โดยลดลงจากเป้าก่อนที่มองกรอบขยายตัวที่ 6.5%


· ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อนั้น รัฐบาลจีนมองว่าจะขยายตัวได้ 3% และเป้าหมายงบประมาณขาดดุลอยู่ที่ 2.8% ของจีดีพี จากเดิมในปีที่แล้วที่มีเป้าหมายงบขาดดุลที่ 2.6% และเงินเฟ้อ 3%


· อย่างไรก็ดี จีนจะปรับเพิ่มงบประมาณทางการทหารปีนี้มาที่ 7.5% จากปีที่แล้วให้ขยายตัวขึ้นมาที่ 1.19 ล้านล้านหยวน (1.7749 แสนล้านเหรียญ)


· กิจกรรมภาคบริการของญี่ปุ่นขยายตัวได้ในเดือนก.พ. ท่ามกลางการขยายตัวของภาคธุรกิจใหม่ที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี ท่ามกลางผลสำรวจและสัญญาณที่ว่าอุปสงค์ภายในประเทศขยายตัวได้ดีในช่วงต้นปี 2019


ทั้งนี้ ดัชนี PMI สำรวจโดย Markit/Nikkei ขยายตัวได้แตะ 52.3 จุดในเดือนก.พ. จากเดิม 51.6 จุด


· ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นจากที่ร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่าสหรัฐฯและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันอย่างเป็นทางการเพื่อยุติ Trade War ที่เป็นตัวจำกัดภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก

น้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 79 เซนต์ ที่ระดับ 56.59 เหรียญ/บาร์เรล หรือคิดเป็น +1.4% ขณะที่ช่วงต้นตลาดปรับขึ้นไปทำระดับสูงสุดบริเวณ 57 เหรียญ/บาร์เรล


น้ำมันดิบ Brent ปิดปรับขึ้น 60 เซนต์ ที่ระดับ 65.67 เหรียญ/บาร์เรล หลังไปทำ High ช่วงต้นตลาดที่ 66.34 เหรียญ/บาร์เรล


· นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ประเมินว่า แผนปรับลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันของกลุ่มโอเปกถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เนื่องจากปริมาณอุปทานน้ำมันเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงตัว และทางกลุ่มโอเปกอาจจำเป็นต้องพิจารณายกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตภายในเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. ปีนี้ เพื่อป้องภาวะขาดแคลนอุปทานน้ำมัน


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com