• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 30 มกราคม 2562

    30 มกราคม 2562 | Economic News

F_20190130.jpg

·         อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯยังคงปฏิเสธแผน Brexit ของนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และปฏิเสธข้อเสนอของนางเมย์กับทางอียู โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯปรับขึ้นมาที่ 2.711% ขณะที่ผลตอบแทนอายุ 30 ปีปรับขึ้นมาที่ 3.072%


นางเมย์ยังคงพ่ายแพ้เสียงโหวตคัดค้าน 230 เสียง ต่อ 202 เสียง จากสมาชิกในสภาทั้งหมด 432 ราย รวมทั้งปฏิเสธข้อตกลงระหว่างนางเมย์กับทางอียู ก็ดูจะทำให้ภาพรวมของอังกฤษจะไม่ค่อยสดใสนักในการออกจากอียูในเดือนมี.ค.  ปีนี้


ค่าเงินปอนด์เช้านี้อ่อนค่าลงจากความกังวลที่อังกฤษจะออกจากอียูแบบ “No-deal” ขณะที่ดอลลาร์ทรงตัวก่อนทราบการตัดสินใจของเฟด โดยค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงมา 0.7ที่ระดับ 1.3078 ดอลลาร์/ปอนด์ ทางด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.1435 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ขึ้นไปทำระดับแข็งค่ามากที่สุดรอบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ที่ 1.1450 ดอลลาร์/ยูโร


ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยมาทรงตัวที่  95.805 จุด หลังจากที่เมื่อคืนนี้ขยับขึ้นได้จากระดับอ่อนค่ามากที่สุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 95.620 จุด

·         รัฐสภาอังกฤษมีลงมติอนุมัติให้นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สามารถนำร่างข้อตกลง Brexit ที่เกี่ยวกับประเด็นชายแดนไอร์แลนด์ไปเจรจาใหม่กับทางอียูได้ แต่ทางอียูกลับปฏิเสธข้อเรียกร้องขอเจรจาใหม่ของอังกฤษไปโดยทันที

ทั้งนี้ หลังจากที่นางเมย์ประสบความล้มเหลวในการเรียกเสียงสนับสนุนข้อตกลง Brexit อย่างราบคาบเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดา ส.ส. ในสภาจึงมีมติที่จะร่วมหาแนวทางเจรจาให้กับนางเมย์ เพื่อให้เธอกลับไปเจรจากับทางอียูใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางความหวังว่า ข้อตกลงฉบับปรับปรุงจะได้รับเสียงสนับสนุนจากให้สภาอังกฤษมากขึ้น  


นอกจากนี้ ทางรัฐสภาอังกฤษยังได้กำหนดให้นางเมย์เรียกร้องขอขยายระยะเวลา Brexit ออกไป ในกรณีที่รัฐสภาอังกฤษไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ เพื่อเป็นการป้องกันภาวะ No-deal Brexit


·         นักการทูตรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Reuters โดยระบุว่า การที่อียูออกมาปฏิเสธการขอเจรจาใหม่จากอังกฤษ เป็นการตัดโอกาสไม่ให้นางเมย์สามารถหาข้อตกลงใหม่ๆร่วมกับทางอียูและนำข้อตกลงใหม่นั้นไปลงติในรัฐสภาอีกครั้ง โดยทางอังกฤษมีกำหนดจะลงมติข้อตกลง Brexit อีกครั้งในวันที่ 13 ก.พ. และทางอังกฤษอาจจำเป็นต้องเร่งหา Plan C ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะ No-deal Brexit

·         ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นในเดือน ธ.ค. ขยายตัวได้มากกว่าที่คาด ท่ามกลางการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่สูงขึ้นสำหรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องใช้ในบ้าน จึงส่งผลให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของภาคเอกชนลงไปได้บางส่วน รวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับการที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มภายในเดือน ต.ค. ปีนี้

ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. ขยายตัว 1.3% จากปีก่อนหน้า เทียบกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะขยายตัว 0.8% ส่วนในเดือน พ.ย. ยอดค้าปลีกขยายตัวได้ 1.4% 


โดยยอดค้าปลีกได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายเฉลี่ยรายปีที่ขยายตัวได้ 4.1% สำหรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า และ 4.4% สำหรับสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน

·         ราคาน้ำมันดิบรีบาวน์กลับจากที่ปรับตัวลงไปในวันก่อนหน้า หลังจากที่สหรัฐฯประกาศคว่ำบาตรต่อบริษัทน้ำมันของประเทศเวเนซุเอลาอย่าง PDVSA จึงดูเหมือนการกระทำดังกล่าวจะช่วยจำกัดการส่งออกน้ำมันในประเทศเวเนซุเอลา

แม้ว่าสหรัฐฯจะเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อกดดันให้ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ลาออกจากตำแหน่ง แต่เหล่าเทรดเดอร์เชื่อว่าภาวะอุปทานทั่วโลกก็จะยังคงอยู่ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะในจีน และนี่จะเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน


น้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 1.32 เหรียญ คิดเป็น +2.5% ที่ระดับ 53.31 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปิดปรับขึ้น 1.29 เหรียญ คิดเป็น +2.2ที่ 61.22 เหรียญ/บาร์เรล


·         รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศลงโทษนายฮวน กุยโด ผู้นำพรรคฝ่ายค้านที่แต่งตั้งตนเองเป็นรักษาการแทนประธานาธิบดี เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการปกครองของนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา โดยศาลสูงสุดได้ประกาศไม่ให้นายกุยโดเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมอายัดบัญชีของนายกุยโด ในข้อหาให้ความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อแทรกแซงปัญหาภายในประเทศ

การลงโทษนายกุยโดของรัฐบาลเวเนซุเอลา เป็นการแสดงจุดยืนต่อต้านสหรัฐฯที่สนับสนุนนายกุยโด แม้ทางสหรัฐฯจะเคยข่มขู่รัฐบาลเวเนซุเอลาไว้ว่า จะได้รับลงโทษอย่างหนัก หากมีการดำเนินการเช่นนั้น

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com