• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2561

    4 ตุลาคม 2561 | Economic News
·         ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 96.1 จุด ที่เป็นระดับสูงสุดของวันที่ 20 ส.ค. และใกล้ระดับสูงสุดของปี 2018 ที่ระดับ 96.99 จุด โดยค่าเงินได้รับแรงหนุนมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สดใส

โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับสูงขึ้นเกือบ 0.12% ที่ระดับ 3.23% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี 2011

ขณะที่ค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรทรงตัวแถวระดับ 1.1481 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ลงไปทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 1.1463 ดอลลาร์/ยูโร แม้ค่าเงินจะได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการเมืองอิตาลีที่ผ่อนคลายลงก็ตาม
·         วิเคราะห์ EUR/USD ทางเทคนิค: ค่าเงินอ่อนค่าหลุดระดับ $1.1500

ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (EUR/USD) ในระยะสั้นกลับเข้าสู่ขาลงอีกครั้ง หลังอ่อนค่าหลุดระดับ $1.1530 ลงมา และล่าสุดก็กำลังเคลื่อนไหวต่ำกว่า $1.1500

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก FX Street ประเมินว่า เนื่องจากค่าเงินหลุดระดับ $1.1500 ลงมา ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าต่อเนื่องลงไปถึงระดับ $1.1400 ประกอบกับการที่ค่าเงินยังคงเคลื่อนไหวเส้นค่าเฉลี่ยหลัก ขณะที่ RSI, MACD และ Stochastics ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ จึงบ่งชี้ว่าค่าเงินเป็นแนวโน้มทิศทางขาลงที่แข็งแกร่ง

แนวโน้มหลัก: ขาลง
แนวต้าน:   1.15001.15301.1569
แนวรับ:   1.14911.14001.1350


·         World Bank ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจทวีปเอเชียแปซิฟิกในปีหน้าลงเล็กน้อย เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าและความผันผวนของกระแสเงินทุนที่เป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจ พร้อมแนะนำให้บรรดาตลาดเกิดใหม่ใช้ทุกๆนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรองรับปัจจัยกระทบที่อาจมาจากภายนอก

โดย World Bank ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในทวีปเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศจีน ในปีนี้ลงสู่ระดับ 6.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 6.6% ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2019 คาดการณ์ไว้ที่ 6.0% ลดลงเล็กน้อยจากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 6.1%

สำหรับการเติบโตเฉพาะเศรษฐกิจประเทศจีนในปีนี้ ถูกคาดการณ์ไว้ที่ 6.5% เท่าเดิม ขณะที่การเติบโตในปี 2019 ถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 6.2% จากเดิมที่ระดับ 6.3%

·         Nissan เตือน การเจรจา Brexit ที่จบลงแบบ No-deal จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในอังกฤษ พร้อมเรียกร้องให้ทั้งอังกฤษและสหภาพยุโรปเร่งหาข้อตกลงร่วมกันในด้านการค้าระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย

·         ธนาคารกลางแห่งประเทศอินเดีย มีแนวโน้มที่จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ในการประชุมวันศุกร์นี้ เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ ท่ามกลางภาวะที่เงินรูปีอ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ รวมถึงราคาปรับน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดที่เกิดจากสถาบันทางการเงินรายย่อยในภายในประเทศ

·         นักวิเคราะห์ Daily FX ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับแนวต้านด้านบน 75.00 - 77.54 เหรียญ/บาร์เรล (ระดับต่ำสุดของเดือนส.ค. ปี 2011 - มิ.ย. 2012 บนเส้น Fibonacii Expansion76.4%) ซึ่งหากราคาปิดเหนือระดับดังกล่าวก็จะไปเห็นราคาที่บริเวณ 100% ที่ 81.58 เหรียญ/บาร์เรล ในทางตรงข้ามหากหลุดต่ำกว่า 75 เหรียญ/บาร์เรล มีโอกาสกลับลงทดสอบเส้น Fibonacci 50% ที่ระดับ 73.02 เหรียญ/บาร์เรล

·         ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยถูกกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้นและแหล่งข่าวกล่าวว่า รัสเซียและซาอุดิอารเบียได้ลงนามข้อตกลงส่วนตัวในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันกิบ Brent ลดลง 0.2% ที่ระดับ 86.14 เหรียญ/บาร์เรล โดยแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ที่บริเวณ 86.74 เหรียญ/บาร์เรล ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าตลาดมีความตึงตัวมากขึ้นก่อนหน้าการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนหน้า

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 0.2เช่นเดียวกัน ที่ระดับ 76.23 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com