• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 6 กันยายน 2561

    6 กันยายน 2561 | Economic News

• ดัชนีดอลลาร์ค่อนข้างทรงตัวบริเวณ 95.04 จุด หลังจากที่อ่อนค่าลงมา 0.33% เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลเกี่ยวกับ Trade war ความผันผวนของค่าเงินในตลาดเกิดใหม่

บรรดานักลงทุนกำลังจับตาความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยมีแนวโน้มสูงที่จะทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ส่งสัญญาณว่าจะประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญ หลังการเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะสิ้นสุดลงภายในคืนนี้

ส่วนค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินเยนอ่อนค่าลง 0.16% บริเวณ 111.35 เยน/ดอลลาร์ และค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.13% บริเวณ 1.1616 ดอลลาร์/ยูโร

• [EURUSD] BULLISH SETUP ON INTRADAY CHART

TradingView นำเสนอมุมมองการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ โดยระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสรีบาวน์กลับ โดยระดับวันมีเป้าหมายแรกที่ 1.1750 ดอลลาร์/ยูโร และมีสัญญาณปรับขึ้นได้ต่อ

ขณะที่ภาพระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับขึ้นไปทดสอบเป้าหมาย 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร หรือปรับขึ้นไปประมาณ 70pips ได้ ดังนั้นก็มีโอกาสเห็นค่าเงินปรับขึ้นได้ต่อ ไปที่ 1.16677 ดอลลาร์/ยูโร

• นักวิเคราะห์จาก Commerzbank วิเคราะห์ว่าค่าเงินยูโรมีโอกาสกลับขึ้นแถว 1.1745 - 1.1750 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนที่จะกลับขึ้นไปแถว 1.1790 ดอลลาร์/ยูโร และหากฝ่าไปได้จะมีโอกาสเห็นค่าเงินยูโรไปแถว 1.1853 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในช่วงกลางเดือนมิ.ย. และ 1.1917 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งเป็นระดับเส้นค่าเฉลี่ย MA รายสัปดาห์ ขณะที่แนวรับด้านล่างจะอยู่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย MA ราย 20 วันที่ 1.1547 ดอลลาร์/ยูโร และหากหลุดลงมามีโอกาสเห็นระดับราคาแถว 1.1508 ดอลลาร์/ยูโร

• ผลสำรวจโดย Reuters ประเมินว่า ค่าเงินหยวนมีโอกาสจะสามารถกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ภายในช่วงปีต่อๆไปได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ขณะที่ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะเข้าเกื้อหนุนค่าเงินหยวนจากการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินหยวนจะสามารถแข็งค่าได้ 1% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่ระดับ 6.77 หยวน/ดอลลาร์ ภายในระยะเวลาอีก 1 ปีข้างหน้า

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษโซเชียลเน็ตเวิร์คว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2018 และกำลังแทรกแซงการการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในพ.ย. ปี 2018

โดยนายทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Daily Caller และกล่าวหาว่า Facebook กับ Google ได้แทรกแซงการเลือกตั้งปี 2016 เพื่อสนับสนุนนางฮิลลารี่ ครินตัน ผู้ลงสมัครเลือกตั้งคู่แข่งคนสำคัญของทรัมป์

“ผมเชื่อว่าตัวผมทำงานได้ดีกว่าเธอ และผมก็เก่งเรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์คมากกว่า แต่ความจริงแล้วคือบริษัทพวกนั้นลำเอียงไปให้การสนับสนุนนางฮิลลารี โดยหากดูการดำเนินงานของ Facebook กับ Google ในช่วงการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าบริษัทเหล่านั้นเข้าข้างนางฮิลลารี่” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์

• รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแห่งแคนาดาระบุว่า การเจรจาภายใต้สนธิสัญญา NAFTA ระหว่างตัวแทนจากแคนาดาและสหรัฐฯ สามารถดำเนินไปด้วยดีและมีความคืบหน้า พร้อมยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายยินดีที่จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเปิดทางไปสู่การเจรจาในอนาคต

• รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งประเทศจีนยังคงยืนยันว่า รัฐบาลจีนจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าตอบโต้ หากสหรัฐฯดำเนินการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกครั้งจริง

• Paul M. Kitney นักวิเคราะห์จาก Daiwa Capital Markets ระบุว่า ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเอเชีย ที่คิดเป็น 60% ของจำนวนประชากรทั่วโลก ถือว่ายังมีความสดใสไปได้อีกจนถึง 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย โดยจะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของจำนวนประชากรและรายได้ส่วนบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น ในมุมมองของ Daiwa Capital Markets การกีดกันทางการค้าและความคล่องตัวของตลาดที่มีแนวโน้มจะลดลงในอนาคต จะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค

• กรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินแห่งสหภาพยุโรปเตือนอิตาลี หากรัฐบาลอิตาลีตัดสินใจเพิ่มงบประมาณด้านรายจ่ายขึ้นอีก 3% เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ จะกลับส่งผลให้เศรษฐกิจอิตาลีถดถอยลงเสียแทน

โดยบรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอิตาลีต้องการขอความยินยอมจากสหภาพยุโรป เพื่อเพิ่มรายจ่ายของภาครัฐในการกระตุ้น จึงขัดแย้งกับความประสงค์ของสหภาพและนักลงทุนบางส่วนที่ต้องการให้รัฐบาลอิตาลีพยายามลดยอดขาดดุลทางงบประมาณแทน

• ทางการเกาหลีใต้ เผยว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เขาต้องการยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์บริเวณคาบสมุทรเกาหลี ตามที่ได้พูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯในการพบกันครั้งแรก ขณะที่เขาเห็นพ้องที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำครั้งที่ 3 กับทางเกาหลีใต้ในเดือนนี้

สำหรับผู้นำเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือจะทำการพบกันในเมืองหลวงของเกาหลีเหนือระหวางวันที่ 18-20 ก.ย. ซึ่งพวกเขาอาจหารือถึง "มาตรการที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง" ในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์

• รายงานจาก Reuters ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯและอินเดียกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา “อย่างละเอียด” เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯที่ให้อินเดียระงับการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้พยายามเรียกร้องประเทศพันธมิตรให้ร่วมกันคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯได้ถอนตัวออกจากสนธิสัญญาทางนิวเคลียร์ที่ร่วมลงนามในปี 2015 ระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และประเทศมหาอำนาจอีก 6 ประเทศ

นอกจากนี้ ตัวแทนจากสหรัฐฯกำลังดำเนินการเจรจาร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดีย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการเมืองและความมั่นคงร่วมกัน ซึ่งอาจส่งผลให้สหรัฐฯสามารถขายอาวุธให้กับอินเดียที่เป็นเขตเศรษฐกิจขนาดของภูมิภาคเอเชียได้มากขึ้นได้ในอนาคต

• รายงานจาก CNN ระบุว่า เศรษฐกิจอินเดียปรับตัวขึนได้ 8.2% ในไตรมาสที่ 2 ท่ามกลางภาวะสงครามทางการค้า โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 7.7% ในไตรมาสก่อนหน้า ทางด้านข้อมูลการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ 6.7% ในไตรมาสที่ 2

ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียยังคงกล่าวย้ำที่จะขยายภาคการผลิต และการก่อสร้างอันเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

• ที่ปรึกษาประจำตัวนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยการอัดฉัดเงินจำนวน 10 ล้านล้านเยน (9 หมื่นล้าน) เข้าสู่เศรษฐกิจในทุกๆปีงบประมาณ เป็นเวลา 5 ปี หลังนโยบายเพิ่มภาษียอดขายมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะประกาศขึ้นภาษียอดขายจากเดิม 8% สู่ระดับ 10% ภายในเดือน ต.ค. ปี 2019 เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้ไปพัฒนาด้านการประกันสุขภาพของประชาชน

• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ท่ามกลางความผันผวนจากตลาดเกิดใหม่กดดันความเชื่อมั่นของเหล่านักลงทุน ขณะที่กำหนดเส้นตายใกล้จะถึงรอบใหม่ของสหรัฐฯที่จะทำการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 2 แสนล้านเหรียญ

ทั้งนี้ น้ำมันดิบ WTI ลดลง 13 เซนตื ที่ระดับ 68.59 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ลดลง 4 เซนต์ ที่ระดับ 77.23 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com