• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม 2561

    18 กรกฎาคม 2561 | Economic News

สรุปถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส

นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด แสดงความคิดเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว และแข็งแรงพอให้เฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงตอบข้อซักถามนั้น นายโพเวลล์ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวได้มากขึ้น และเพียงพอจะหนุนการดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินของเฟด และโดยภาพรวม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากเหตุไม่คาดคิดดูจะอ่อนตัวลงไป ท่ามกลางความสมดุลที่มาควบคู่กับความเป็นไปที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะยังขยายตัวได้ตามที่เฟดคาดหวังไว้ ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำและมีการปรับตัวลดลงตามคาด รวมทั้งชาวอเมริกาก็มีความต้องการงานมากขึ้นและถือเป็นโอกาสดีต่อการจ้างงาน

นอกจากนี้ นายโพเวลล์ ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 จะขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสแรก จากการจ้าง จ้างานที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการใช้นโยบายปรับลดภาษี รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อภาคครัวเรือนที่ช่วยหนุนค่าใช้จ่ายกลุ่มผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา สำหรับการลงทุนในภาคธุรกิจก็ยังมีการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมที่ดีต่อเศรษฐกิจและประเทศอื่นๆก็ได้ช่วยหนุนภาคการส่งออกและการผลิตของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันการก่อสร้างที่อยู่อาศัยก็ดูจะไม่เพิ่มขึ้นในปีนี้ หลังจากที่เพิ่มขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีก่อน

อย่างไรก็ดี ในส่วนของประเด็นเงินเฟ้อนั้นก็มีการขยับขึ้นใกล้เป้าหมาย 2% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ระดับ 4% ซึ่งเป็นระดับที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่าใกล้ระดับการจ้างงานที่สมบูรณ์ ซึ่งนายโพเวลล์ ยังระบุอีกว่า ค่าแรงมีการขยายตัวได้เร็วกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อ

สำหรับประเด็น Trade War ระหว่างสหรัฐฯและประเทศคู่ค้า นายโพเวลล์ ยังมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบเช่นไรบ้างต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

• นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics กล่าวว่า ถ้อยแถลงของประธานเฟดยังเป็นไปในแนวโน้มเชิงบวก และสื่อความว่าประเด็นทางการค้าไม่อาจขัดขวางการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้ในขณะนี้

• นางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี้ ระบุว่า สภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เฟดจึงควรลดแนวทางการดำเนินนโยบายผ่อนคลายและเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเฟดควรขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพื่อให้เกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

• ค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อวานนี้ จากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ดูจะมีมุมมองว่านโยบายการค้าทั่วโลกอาจไม่กระทบต่อแนวทางการดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินของเฟดในขณะนี้ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น 0.46% ที่ระดับ 94.945 จุด ขณะที่ภาพรวมช่วง 3 เดือนที่ผ่านดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นได้กว่า 5% และไปทำระดับสูงสุดของปีเมื่อช่วงปลายเดือนมิ.ย. บริเวณ 95.53 จุด

ทางด้านค่าเงินเยนอ่อนค่าขึ้น 0.49% ไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ม.ค. บริเวณ 112.83 เยน/ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.4% ที่ระดับ 1.661 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วอ่อนค่าลงไปกว่า 0.5%

อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์มองว่า เฟดอาจมีการดำเนินการเพิ่มเติมได้ หากสถานการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนย่ำแย่ลง ขณะที่เงินเฟ้ออาจได้รับผลสะท้อนจากนโยบายภาษีนำเข้า หรืออาจชะลอตัวลงหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงได้

• ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯในเดือนมิ.ย. ออกมาดีขึ้นเพราะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตในกลุ่มเหมือง จึงยังเป็นสัญญาณล่าสุดที่สะท้อนถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสที่ 2 นี้

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าในการพบกับนายวลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พวกเขาได้เจรจากันเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และยังได้ตกลงกับรัสเซียว่าทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันเพื่อลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ทั้งโลก

ทั้งนี้ นายทรัมป์ได้ระบุว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งรีบเกี่ยวกับการปลดอาวุธของเกาหลีเหนือ เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ได้สร้างความไม่พึงพอใจให้กับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ จากการที่เขาไม่ยอมดำเนินการกดดันผู้นำรัสเซียให้ยอมรับเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อปี 2016 ล่าสุด เขาได้ออกมาพยายามโน้มน้าวให้ทุกฝ่ายใจเย็น โดยอ้างว่าเขาได้ “พูดผิด” ในการแถลงข่าวร่วมกับผู้นำรัสเซีย

• นายพอล ไรอัน โฆษกประจำสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสภาผู้แทนราษฎรอาจกำลังพิจารณาเพิ่มมาตรคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม จากกรณีที่รัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อปี 2016 ภายหลังจากการพบกันระหว่างนายทรัมป์ และนายปูติน เมื่อวันจันทร์ผ่านมาเป็นไปอย่างไม่น่าพึงพอใจ

โดยนายพอลยังได้ระบุอีกว่า “หากสภาเห็นว่านโยบายคว่ำบาตรจำเป็นสำหรับรัสเซีย ผมก็เห็นด้วยที่จะให้การสนับสนุน เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่ไม่ได้มีมุมมองเหมือนกับสหรัฐฯ”

• ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปร่วมกับลงนามในสนธิสัญญาการค้าเสรีระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเป็นการร่วมมือกันป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายเชิงกีดกันการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดยสนธิสัญญาจะยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นสู่ยุโรปจากเดิมที่ 10% และชิ้นส่วนรถยนต์จากเดิมที่ 3% ขณะที่ยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรปสู่ญี่ปุ่น สำหรับสินค้าในกลุ่มชีส จากเดิมที่ 30% และไวน์ จากเดิมที่ 15% นอกจากนี้ ยังให้การรับรองว่าจะมีการออกนโยบายให้บรรดาผู้ประกอบการจากทั้ง 2 ฝ่าย จะสามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น

• นายโอลลี่ เรห์น (Olli Rehn) ผู้ว่าธนาคารกลางฟินแลนด์คนใหม่ ระบุว่าอีซีบีไม่ควรยึดติดกับแผนการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตมากเกินไป แต่ควรจะคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างใกล้ชิดและออกนโยบายให้สอดคล้อง

ทั้งนี้ ทางอีซีบีมีแนวโน้มที่จะยกเลิกแผนเข้าซื้อพันธบัตรเป็นมูลค่ากว่า 2.6 ล้านยูโร (3 ล้านล้านเหรียญ) ภายในช่วงปลายปี 2018 และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำอย่างน้อยจนปี 2019 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าอีซีบีจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. ปี 2019

• เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวและให้ความสนใจไปกับปริมาณสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ภาวะอุปทานน้ำมันดิบในเวเนซูเอล่าและลิเบียที่ถูกจำกัด อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจึงเห็นราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อวานนี้ปิดขยับขึ้นเพียง 2 เซนต์ ที่ระดับ 68.08 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 32 เซนต์ ที่ระดับ 72.16 เหรียญ/บาร์เรล หลังจากที่ช่วงต้นตลาดร่วงลงไปทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 17 เม.ย. บริเวณ 71.35 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com