• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2564

    4 มีนาคม 2564 | Gold News




ทองคำปรับลงทำต่ำสุดรอบ 9 เดือน – อัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้นหนุนดอลลาร์



ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 2ทำต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือน โดยได้รับปัจจัยกดดันจาก
1) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวสูงขึ้น มาบริเวณ 1.47
%  หรือปรับขึ้น 0.5%
2) ดอลลาร์ปรับแข็งค่ากลับขึ้นมาใกล้ 91 จุด โดยปิด +0.14
% ที่ระดับ 90.924 จุด
3) 
SPDR กลับมาเทขายทองคำอีกครั้ง



·         กองทุน SPDR เมื่อวานนี้ทำการเทขายทองคำออก 4.74 ตัน โดยปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,082.38 ตัน  ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. ปี 2020 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมเดืนอมี.ค. มีการขายทองคำออกรวม 3 วันทำการ 11.15 ตัน สูงกวาการขายตลอดเดือนม.ค. และเป็นเดือนที่มีการขายทองคำที่มากที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของปี 2021  ซึ่งตั้งแต่ม.ค. ถึง 3 มี.ค. กองทุน SPDR ขายทองคำออกรวมทั้งสิ้น 88.36 ตัน


อย่างไรก็ดี ภาพรวมกองทุนทองคำ SPDR ยังคงเทขายทองคำต่อเนื่อง 6 เดือนติด รวมกว่า 119.91 ตัน

 

·         ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับลง -1.2ที่ระดับ 1,717.67 เหรียญ หลังทำต่ำสุดตั้งแต่มิ.ย. ปี 2020 ที่ 1,701.40 เหรียญ


·         สัญญาทองคำส่งมอบเดือนเม.ย. ปิด -1% ที่ระดับ 1,715.80 เหรียญ

 

·         นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก TD Securities กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยแท้จริงยังคงมีการปรับขึ้นต่อเนื่องและสร้าง “ความท้าทาย”  แก่ทองคำ รวมไปถึงสร้างแรงกดดันให้มูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆโดยทั่วกัน  ขณะที่แนวโน้มทองคำมีความพยายามที่จะปรับขึ้นต่อนั้น จะขึ้นต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่าทีของเฟดว่าจะตอบรับอย่างไรกับข้อมูลการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯในเวลานี้


ดังนั้น การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนเวลานี้จึงเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ ในขณะเดียวกันก็เป็นบวกต่อค่าเงินดอลลาร์



·         อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นจากความหวังที่ว่าจะเห็น “เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว” จากโครงการฉีดวัคซีนและแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ


·         ความคืบหน้าเรื่องแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯในเวลานี้มีเพียงเล็กน้อย จึงอาจยังเป็นปัจจัยกดดันการปรับขึ้นของเงินเฟ้อและทองคำ


·         สมาชิกเฟดส่วนใหญ่ยังคงกล่าวหนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำของเฟด แต่มีการย้ำถึงการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมาจากสัญญาณ “เชิงบวก” ของการเติบโตและฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

·         นักวิเคราะห์จาก UBS ประเมินว่าทองคำจะผันผวนต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการเกิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กลายมาเป็นปัจจัยที่ทำให้ “เฟดขึ้นดอกเบี้ย”

 

·         ADP เผยข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ พบจ้างงานออกมาน้อยกว่าคาด โดยล่าสุดอยู่ที่ 117,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.

 

·         ราคาซิลเวอร์ปิด -1.8ที่ 26.28 เหรียญ


·         ราคาแพลทินัมปิด -2.1ที่ 1,178.79 เหรียญ


·         ราคาพลาเดียมปิด +0.1% ที่ 2,364.02 เหรียญ

  

·         สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตเลื่อนการเริ่มพิจารณาแพ็คเกจ Covid-19 วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ

วุฒิสภาสหรัฐฯเลื่อนการหารือแพ็คเกจของนายไบเดน วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ ออกไปอย่างน้อย 1 วัน โดยจะกลับมาเริ่มพิจารณาข้อตกลงอีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่บรรลุข้อตกลงการจ่ายเช็คช่วยเหลือประชาชนวงเงิน 1,400 เหรียญ ด้วยการนำกลุ่มคนรายได้สูงในสหรัฐฯออกจากแผน เพื่อเป็นการประนีประนอมกับสมาชิกวุฒิสภาของพรรคเดโมแครต

 

·         ไบเดน “เห็นด้วย” กับการปรับเกณฑ์การจ่ายเช็คตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ Covid-19

 

·         สหรัฐฯพร้อมสำหรับเงินกู้ 4 หมื่นล้านเหรียญเพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด

 

·         สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้ง ขณะที่แนวโน้มของวุฒิสภายังไม่ชัดเจน

 

·         รายงาน Beige Book ของเฟด ชี้ “เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวได้ปานกลางในช่วงเริ่มต้นปี 2021”

สรุปรายงานภาพรวมภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book) พบบว่า
- เศรษฐกิจสหรัฐฯมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในระดับ “ปานกลาง” ตลอดจนเข้าสู่ช่วงสัปดาห์แรกของปีนี้
- ภาคธุรกิจมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับผลลัพธ์และอุปสงค์จากภาคครัวเรือนที่ “เพิ่มสูงขึ้น”
- ตลาดแรงงานยังส่งสัญญาณชะลอตัว
- คนว่างงานยังอยู่สูงกว่า 10 ล้านราย
- กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยส่วนใหญ่สามารถขยายตัวได้ปานกลางตั้งแต่ ม.ค. – กลางเดือนก.พ.
- ภาพรวมภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังเป็นไปในทิศทางเชิงบวกนับตั้งแต่ 6 – 12 เดือนจากนี้ อันเป็นผลจากโครงการฉีดวัคซีน

 

·         นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดเฟีย ไม่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงปี 2022 แม้ว่าตลาดพันธบัตรอาจจะผันผวนในเวลานี้

 

·         สถานการณ์ไวรัสโคโรนา

พบยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดวานนี้เพิ่มขึ้น 426,724 เหรียญ จากระดับ 300,000 กว่ารายในวันก่อน ทำให้ยอดสะสมแตะ 115.73 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมทั่วโลกอยู่ที่ 2.57 ล้านราย โดยยังคงพบรายงานจาก 65 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น



สหรัฐฯมีรายงานพบยอดติดเชื้อเพิ่ม 62,364 ราย ทำให้ยอดสะสมล่าสุดเข้าใกล้ 30 ล้านราย อยู่ที่ 29.45 ล้านราย ทางด้านยอดเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 531,459 ราย

สำหรับประเทศที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรกของโลก
1) บราซิล
2) สหรัฐฯ
3) ฝรั่งเศส

3 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดของโลก
1) สหรัฐฯ
2) บราซิล
3) เม็กซิโก

 

สำหรับสถานการณ์ในไทย ข้อมูลล่าสุดทาง ศบค. ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่วันนี้(3 มี.ค.) เพิ่ม 35 ราย รวมป่วยสะสม 26,108 ราย และเสียชีวิตเท่าเดิมคือ 84 ราย


รายงานจากประชาชาติธุรกิจ เผยการเปิดข้อมูลฉีดวัคซีนโควิด ไทยรั้งท้ายอาเซียน โดย ณ ขณะนี้ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิดครอบคลุมประชากรมากเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้( 2 มีนาคม 2564) กระทรวงสาธารณสุข อัพเดทจำนวนผู้ได้รับวัคซีน ในวันที่ 1 มีนาคม 2564 ล่าสุดรวม 2,767 ราย และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสม (28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2564) รวม 3,021 ราย


 

·         การฉีดวัคซีน Covid-19 ทั่วโลกพบ 111 ประเทศ และมีการฉีดวัคซีนแล้วราว 268.50 ล้านโดส

 



·         นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับผู้สูงอายุทุกคนภายในสิ้นเดือนพ.ค. หลังบริษัท Merck&Co ยอมรับข้อตกลงเร่งผลิตวัคซีน Johnson & Johnson

 

·         “ไบเดน” หวังว่าสหรัฐฯจะกลับสู่ “สภาวะปกติ” ได้เร็วๆนี้ หรือประมาณปีหน้า

 

·         อินเดียเผยผลทดสอบวัคซีน Covid-19 ที่ทดสอบและผลิตในประเทศ สูงถึง 81% ในการทดสอบขั้นสุดท้าย จึงสนับสนุนความพยายามของภาครัฐ

 

·         ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี กล่าวว่า อีซีบีสามารถปรับเปลี่ยนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจาก “การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร”  

ทั้งนี้ สมาชิกอีซีบี ได้มีการหารือเกี่ยวกับการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว  พร้อมระบุว่า “ไม่เป็นที่พอใจ” และต้องหา “มาตรการควบคุม” จึงเป็นการตอกย้ำถึงความกังวลที่ว่ารัฐบาลยุโรปอาจเผชิญกับต้นทุนการกู้เงินที่สูงขึ้น และอาจสร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคได้

ขณะที่อีซีบีมีความพยายมที่จะควบคุมต้นทุนเงินกู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ประกอบกับการเข้าซื้อ QE ผ่านโครงการ PEPP แต่การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในเวลานี้ อาจทำให้อีซีบีต้องหาทางและพยามเข้าควบคุมสถานการณ์

 

·         จีนเตรียมจัดประชุมใหญ่ เผยแผนเศรษฐกิจ 5 ปีครั้งที่ 14  โดยคาดว่าครั้งนี้จะไม่มีการระบุเป้าหมายจีดีพี แต่จะเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งเน้นสนับสนุนอุปสงค์ภายในประเทศ การปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน และการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศเป็นหลัก พร้อมสนับสนุนการเปิดตลาดภายในประเทศเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของต่างชาติ และเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันกับนานาประเทศ

 

·         อังกฤษปรับขึ้นภาษีบริษัท 25เพื่อสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูการเงินที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสกว่า 4.07 แสนล้านปอนด์

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอังกฤษ เปิดเผยว่า จะมีการปรับขึ้นภาษีบริษัท 25ในเดือนเม.ย. ปี 2023

สำนักงานงบประมาณแห่งชาติอังกฤษ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจมีการกลับมาฟื้นตัวได้เทียบเท่าช่วงก่อนการระบาดประมาณกลางปี 2022 โดยปีนี้คาดจีดีพีจะโตได้ที่ 4และปีหน้า คาดโตได้ 7.3 พร้อมกันนี้ยังคงกล่าวเตือนว่าเศรษฐกิจยังอยู่ตำกว่าระดับ 3ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนเกิดการระบาด

 

·         จีดีพีบราซิลร่วง -4.1ในปี 2020 ซึ่งถือเป็นการปรับลงที่เลวร้ายที่สุดในรอบรกว่า 10 ปี เพราะได้รับผลกระทบจาก Second Wave


 

·         รัสเซีย “ประณาม” การคว่ำบาตรของสหรัฐฯที่กระทำตัวเป็น “ศัตรู” ระหว่างประเทศ พร้อมลั่นจะทำการเอาคืน   ซึ่งการกระทำของสหรัฐฯล่าสุดทำ ถือเป็นการต่อต้านและซ้ำเติมความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีให้มีความย่ำแย่ลงไปอีก

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของรัสเซีย จากกรณีการลอบวางยาพิษนาย "อเล็กเซ นาวาลนี" ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของรัสเซีย ก่อนที่เขาจะถูกจับกุมโดยทางการรัสเซียเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีการประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ฝ่าย่ความมั่นคงรัสเซียจำนวน 7 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้อำนวยการ FBI ของรัสเซีย

             

·         กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานล่าสุด เกิดเหตุจรวดโจมตีฐานทัพสหรัฐฯนับ 10 ลูก ในอิรัก เสียชีวิต 1 ราย โดยเชื่อว่าถูกยิงมาจากทิศตะวันออกของฐานทัพดังกล่าว ทำให้ระบบป้องกันการโจมตีด้วยจรวดปฏิบัติการตอบโต้

 

·         Reuters เผยรายงานล่าสุด เพนตากอนสหรัฐฯ “จะไม่ลังเล” ตอบโต้หากจำเป็น หลังเกิดเหตุโจมตีล่าสุด

 

·         กองทัพพม่า แจ้งแก่สหประชาชาติ (U.N.) ว่าพร้อมรับกับมาตรการคว่ำบาตร รวมท้งการแยกตัวออก หลังจากที่เกิดการทำรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ U.N. เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อร่วมกันฟื้นฟูประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

·         สหรัฐฯ เรียกร้องให้พม่าทำการปล่อยตัวนักข่าวจาก AP รวมทั้งเจ้าหน้าที่สื่อมวลชนอื่นๆอีก 5 รายที่ถูกทหารพม่าควบคุมตัววานนี้



·         นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.20 - 30.35 บาท/ดอลลาร์

ภาพรวม ตลาดการเงินเข้าสู่โหมดระวังตัวสูง หลังบอนด์ยีลด์ขึ้นเร็ว นักลงทุนหวั่นกระทบต้นทุนกดดันแรงขายหุ้นเทคฯ ขณะที่เงินบาทยังอ่อนค่าตามเงินดอลลาร์ แม้มีแรงซื้อหุ้นและบอนด์ คาดระยะสั้นแกว่งตัวกรอบแคบ

 

 ·         อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังไทย ปฎิเสธกระแสข่าวถอดใจในตำแหน่ง รมว.คลัง โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังทำงานไปตามปกติ และไม่ทราบเรื่องว่าจะถูกโยกตำแหน่งในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปนั่งเป็น รมว.คมนาคม

รมว.คลัง คาดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย ในปี 64 อาจเติบโตไม่ถึง 4% ตามที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยคาดจะขยายในช่วง 2.5-3.5% หรือประมาณ 2.8% เท่านั้น เนื่องจากความต้องการของต่างประเทศยังไม่กลับมา โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดเศรษฐกิจไทยในปี 64 จะขยายตัวในกรอบ 1.5-3.5%

โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หลังจากกลับมาผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ได้อีกครั้ง จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันลดลง และการเริ่มฉีดวัคซีนในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com