• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 มกราคม 2563

    13 มกราคม 2563 | SET News

· ตลาดหุ้นเอเชียปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ทำระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน ท่ามกลางมุมมเชิงบวกก่อนหน้าสหรัฐฯ-จีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก แม้ตลาดจะยังไม่ทราบถึงรายละเอียดของข้อตกลงก็ตาม โดยดัชนี MSCI ปรับสูงขึ้น 0.61%

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุดประจำชาติ

· ตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ท่ามกลางหุ้นเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเหล่านักลงทุนกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อการลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนในเฟสแรก

โดยดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้น 0.8% ที่ระดับ 3,115.57 จุด

· ตลาดหุ้นยุโรปเปิดผสมผสานเนื่องจากสหรัฐฯและจีนเตรียมที่จะลงนามข้อตกลงเฟสแรกร่วมกันในวันพุธนี้ ขณะที่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไปในอิหร่านเกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยดชันี Stoxx600 ทรงตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น 0.3% ด้านกลุ่มทรัพยยากรลดลง 0.4%

อ้างอิงจากสำนักข่าว ThaiPR.net

- ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เน้นย้ำว่า ปัจจุบันสินทรัพย์สกุลเงินบาทไม่ได้เป็นเป้าหมายแหล่งพักเงินในลักษณะ safe haven ของต่างชาติเนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สนับสนุนให้ธปท.ติดตามกระแสเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นและผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงิน นอกจากนี้ ทางการประเมินว่าสถานการณ์ภัยแล้งอาจส่งผลกระทบเชิงสังคม อีกทั้งกนง.กังวลต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะนี้อาจชะลอลงหลังค่าเงินบาทแข็งขึ้นมากในปีที่ผ่านมาและธปท.กล่าวเตือนว่าเงินบาทแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อนึ่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 2.275 แสนล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของปี 2563 จาก 2.23 แสนล้านดอลลาร์ช่วงสิ้นปี 2562 สะท้อนการเข้าซื้อดอลลาร์ของทางการเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจน่าจะได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านการคลัง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนก.พ. หลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รองรับช่วงจังหวะค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเน้นไปที่ภาคเอกชนไทย และให้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ บีโอไอในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้

ด้าน น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า ข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องมาจากตัวเลขคำขอการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ทำอย่างไรที่จะให้เกิดการลงทุนจริง จึงได้สั่งการให้บีโอไอนำเสนอมาตรการที่ช่วยกระตุ้นให้เม็ดเงินให้นำไปสู่การลงทุนเร็วขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการลงทุนในช่วงจังหวะที่เงินบาทแข็งค่าเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ เช่น การเปลี่ยนหรือนำเข้าเครื่องจักร ซึ่งจะให้บีโอไอหารือกับกรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมามาตรการกระตุ้นการลงทุนต่อไป

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com