• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2561

    11 กรกฎาคม 2561
 
• ราคาทองคำตลาดโลกปรับอ่อนตัวลงต่อในวันนี้ โดยมาทรงตัวแถว 1,251 เหรียญ หลังจากที่ลงไปทำระดับต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์เมื่อวานนี้ที่ 1,246.81 จุด ในส่วนของสัญญาทองคำส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับตัวขึ้น 0.3% ที่ระดับ 1,252.3 เหรียญ ท่ามกลางการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับค่าเงินหยวน หลังจากที่สหรัฐฯมีการประกาศขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีน จึงสะท้อนต่อภาวะตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น

• ค่าเงินหยวนอ่อนค่าขึ้นมาอีก 0.5% ที่ระดับ 6.6918 หยวน/ดอลลาร์ หลังจากที่ช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินหยวนขึ้นไปทำระดับแข็งค่ามากที่สุดบริเวณ 6.7344 หยวน/ดอลลาร์

• นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ราคาทองคำมีโอกาส Break หลุดแนวรับ 1,247 เหรียญ ซึ่งหากผ่านลงมาจะมีแนวรับถัดไป 1,237 เหรียญ

• นักวิเคราะห์จาก OANDA กล่าวว่า ความเสี่ยงจากประเด็น Trade War ช่วยทำให้กลุ่มนักลงทุนมีการทำ Cover ปิดสถานะบ้าง แต่การแข็งค่าของดอลลาร์ก็ดูจะเป็นอุปสรรคต่อภาวะกระแสเม็ดเงินลงทุนในตลาด

• ราคาซิลเวอร์ปรับลง 0.8% ที่ระดับ 15.92 เหรียญ ขณะที่ราคาแพลทินัมปรับขึ้น 0.5% ที่ระดับ 837.7 เหรียญ และราคาพลาเดียมปรับลง 0.4% บริเวณ 938.03 เหรียญ

• นักวิเคราะห์บางส่วน ระบุว่า ตลาดทองคำชะลอตัวลงจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ แม้ว่าจะรีบาวน์จากระดับต่ำสุดรอบเกือบ 1 เดือนได้ในวันจันทร์ที่ผ่านมา

• นักวิเคราะห์จาก RBC Wealth Management กล่าวว่า สำหรับทองคำตอนนี้ นักลงทุนดูเหมือนจะเลือกเข้าสู่ตลาดหุ้นมากกว่า จึงเห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดหุ้นระยะสั้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ได้รับอานิสงส์จากท่าทีคุมเข้มทางการเงินของเฟด แต่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติก็ยังคงเข้าซื้อทองคำในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีความร้อนแรง จึงทำให้เราเห็นการทำสถานะในทองคำระยะสั้นไม่ค่อยสดใสนัก แม้ว่ากลุ่มนักลงทุนจะมีความกังวลต่อภาวะ Trade War ก็ตาม แต่ระยะยาวยังดูเหมือนทองคำจะมีภาวะที่สดใสอยู่

ขณะที่แผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจะส่งผลเชิงลบต่อสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำในระยะสั้นๆ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯขณะนี้ยังสดใส แต่ระยะยาว การเพิ่มการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯจะบั่นทอนให้เศรษฐกิจชะลอตัว รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของภาวะเงินเฟ้อ และการที่กลุ่มผู้บริโภคก็ดูจะได้รับผลกระทบ ดังนั้น ทองคำน่าจะตอบรับในทิศทางเชิงบวก

• นักวิเคราะห์การตลาดจาก CMC Markets กล่าวว่า เป็นการยากที่จะเห็นราคาทองคำกลับมาสดใสอีกครั้งจนกว่าราคาจะสามารถยืนเหนือ 1,284 เหรียญได้ โดยจากภาพทางเทคนิคทองคำก็ยังคงเป็นทิศทางขาลง แต่อาจเห็นแรงเทขายชะลอลงบ้าง และเป็นการยากที่จะเห็นราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้น เมื่อเฟดยังคงมีการพูดถึงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯก็ดูจะสนับสนุนแนวทางการคุมเข้มทางการเงินของเฟด

ทั้งนี้ ภาวะ Trade War ก็อาจช่วยสนับสนุนราคาทองคำในระยะยาวได้ แต่ก็อาจไม่มีผลกระทบใดๆเลยหากภาวะดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ

• สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ดูจะเบาบาง โดยในคืนนี้จะมีการประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และวันพรุ่งนี้มีดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็ดูจะส่งผลกับราคาทองคำไม่มากนัก เนื่องจากตลาดรับรู้กับกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นของเงินเฟ้อปีนี้

ราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองต่อการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมานัก อันจะเห็นได้จากการที่ราคาน้ำมันยังคงมีการเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี

• นักวิเคราะห์ทางเทคนิคอาวุโสจาก Kitco กล่าวว่า ราคาทองคำดูจะไม่สดใสแม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งๆที่ โดยปกติเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา การขึ้นของราคาน้ำมันจะช่วยฉุดให้กลุ่มสินค้าวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆปรับตัวขึ้นได้ตาม

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com